ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการจัดการของเสียอันตรายและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามนโยบายมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการจัดการมลพิษและของเสีย ณ ห้องประชุมชั้น 2 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสถาบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีระบบบริหารจัดการ วัดปริมาณขยะและขยะรีไซเคิลที่เกิดขึ้น เพื่อวางแนวทางลดปริมาณขยะและผลักดันการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่

การจัดโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตื่นตัวและเปิดโอกาสให้บุคลากรจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 ชีวิต ประกอบด้วยบุคลากรกองอาคารสถานที่และเครือข่ายตัวแทนด้านอาคารสถานที่จากทุกคณะและหน่วยงาน มาร่วมขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานด้านการจัดการของเสียภายในหน่วยงานให้เป็นรูปธรรมและมีทิศทางเดียวกัน

กระบวนการเรียนรู้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมทุกหน่วยงานเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและคู่มือจัดการของเสียอันตราย เพื่อร่วมกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษและของเสียในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักในการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวกฤติกา กิตติวิโรจน์ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก มาทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายและนำฝึกปฏิบัติจริง เพื่อถ่ายทอดทักษะกระบวนการทำงานภาคสนามให้แก่ผู้แทนจากทุกหน่วยงานสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

การฝึกอบรมได้เผยถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนคัดแยก จัดเก็บ ขนส่งและกำจัด ของเสียอันตรายตามหลักวิชาการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการหน้างานได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ม.นเรศวร จัดค่าย มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ รุ่นที่ 1 ปลูกฝังศิลปะและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ | Mornor Art & Craft Camp” รุ่นที่ 1 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเยาวชนเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าชมเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ผ่านการเปิดโลกทัศน์และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชม นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2567 ของนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ The Dawn of Aesthetic | รุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เดินชม นิทรรศการเชิดชูศิลป์ศิลปินแห่งชาติ x มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการ Special Event ในหัวข้อ “Falling in love รักคุณเข้าแล้ว” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการรับรู้ทางด้านสุนทรียภาพทางศิลปะให้แก่เด็ก ๆ อย่างรอบด้าน

ในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนได้ร่วมสนุกกับการทำ กิจกรรมผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และ กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากริบบิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ

การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็ก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

การจัดค่ายศิลปะในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ใช้ศิลปะและความสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร จัดโครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ขับเคลื่อนองค์กรโปร่งใสควบคู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัด โครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น ณ ห้องประชุมมหาราช 1 ชั้น 2 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลสากล พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

พิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มาเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงามและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกันในรั้วมหาวิทยาลัย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.วัชรพล ภูนวล มาเป็นผู้บรรยายพิเศษให้ความรู้ในหัวข้อสำคัญเรื่อง “การเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรมและความโปร่งใส” โดยการบรรยายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการนำหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรม และความโปร่งใส ไปประยุกต์ใช้จริงในการปฏิบัติงานประจำวันของบุคลากรทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงาน ป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

การจัดโครงการในครั้งนี้มีผู้บริหารและบุคลากรจากทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากถึง 300 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความร่วมมือร่วมใจของประชาคมชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณธรรมและธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืนตลอดไป

นอกเหนือจากการมุ่งเน้นพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใสแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ ของผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านความเสมอภาคระหว่างเพศและการขจัดความเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ

จากข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 พบว่ามีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน โดยแบ่งเป็น บุคลากรหญิงจำนวน 3,381 คน คิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชายจำนวน 1,647 คน คิดเป็นร้อยละ 32.76 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของผู้หญิงในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในส่วนของจำนวนนิสิตที่เข้าศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 7,602 คน ซึ่งประกอบด้วยนิสิตหญิงจำนวน 5,007 คน คิดเป็นร้อยละ 65.86 และนิสิตชายจำนวน 2,595 คน คิดเป็นร้อยละ 34.14 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการเปิดกว้างทางการศึกษาและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกันแก่เยาวชนทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

การดำเนินงานและการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการบูรณาการหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศในการบริหารจัดการองค์กรและการจัดการศึกษาในทุกระดับ การที่มหาวิทยาลัยมีบุคลากรและนิสิตหญิงคิดเป็นสัดส่วนที่สูงและสะท้อนถึงการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงคุณค่าของผู้หญิงในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของสถาบันเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนิสิตทุกคนอย่างเต็มกำลัง การผสานจุดสำคัญระหว่างการบริหารงานด้วยหลักคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลสากล กับการส่งเสริมความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ จึงเป็นรากฐานอันมั่นคงที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ เจริญก้าวหน้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติของประเทศชาติสืบไปอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมธรรมาภิบาล ยกระดับคุณธรรม โปร่งใส และนโยบาย No Gift Policy

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ “นโยบายและมาตรการป้องกันการทุจริต” และ “นโยบาย No Gift Policy” ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร การบรรยายดังกล่าวเน้นถึงแนวทางป้องกันการทุจริตในภาครัฐ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความโปร่งใส และการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิด เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน โดยการเน้นย้ำถึงหลักความเคารพและความเสมอภาคในที่ทำงาน การให้ความสำคัญกับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และการดำเนินงานโดยยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยุติธรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นดำเนินการ โดยส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ และเคารพสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความยุติธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมคุณค่าทางจริยธรรมและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร คว้ารางวัล G-Green ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารจัดการที่ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับ รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ภายหลังมหาวิทยาลัยผ่านการประเมินรับรอง Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินด้านการบริหารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การได้รับ รางวัล G-Green เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ผ่านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนิสิตภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว มหาวิทยาลัยยังบูรณาการแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดมาตรการ การปฏิบัติตามแนวทาง Green Office ไปจนถึงการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นต้นแบบด้าน การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการกล่าวเปิดงาน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อรับมือกับวิกฤตด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีต่อสุขภาวะของมนุษย์ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม

นิทรรศการมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลก พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงจากผลกระทบทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ และการนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงรูปแบบ การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณของเสียด้วยการออกแบบนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการสื่อสารผลงานทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัว

กิจกรรมดังกล่าวยังถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และผลักดันนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันได้จริงในอนาคต

การบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการวิจัยและการบริการวิชาการในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ชื่นชมนิสิตสาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์ คว้า 3 รางวัลเวทีวิชาการระดับชาติ สะท้อนมุมมองสตรีผ่านวรรณกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ นางสาวณัจตินันท์ อินทอน นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาเกาหลี ในโอกาสที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอบทความวิจัย ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “The 3rd Road to Scholar – Korean Studies” ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยบูรพา

ความสำเร็จในการเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยครั้งนี้ เป็นผลงานอันโดดเด่นในหัวข้อ “การวิเคราะห์ตัวละครสตรีและภาพสะท้อนสังคมปิตาธิปไตยในรวมเรื่องสั้น ‘ชื่อของเธอคือ’” ซึ่งผู้ศึกษานำเสนอผ่านมุมมองทางด้านทฤษฎีสตรีนิยม สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งในการศึกษาภาษาและวรรณกรรมเกาหลีเชิงวิเคราะห์

ผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี ที่ดำเนินการร่วมกับ นางสาววรณัน นุ่มนวล ภายใต้การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวัสว์ สุรกิจบวร อาจารย์ประจำหลักสูตร ซึ่งแสดงถึงศักยภาพทางวิชาการและการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพของสถาบัน

การนำเสนอบทความวิจัยในเวทีระดับชาติดังกล่าว มุ่งเน้นการศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ บทบาทตัวละครสตรีและภาพสะท้อนสังคมปิตาธิปไตย ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ และความเข้าใจในมิติทางสังคมผ่านวรรณกรรมร่วมสมัย

จากความทุ่มเทและความสามารถในการศึกษาวิจัย ส่งผลให้นิสิตได้รับรางวัลชนะเลิศอันทรงเกียรติ ประกอบด้วย เงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมทั้งได้รับ เกียรติบัตร และความสำเร็จสูงสุดคือ ผลงานได้รับการตีพิมพ์ใน Proceedings ของการประชุมวิชาการ

ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในด้านการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ผ่านการสนับสนุนให้นิสิตได้พัฒนาทักษะทางวิชาการ การคิดวิเคราะห์เชิงลึก และการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่สู่สังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตทุกคนแสดงศักยภาพทางวิชาการอย่างเต็มที่ เพื่อเติบโตเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร จัดประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์และนิสิต ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และมีการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะช่วยลดขยะ ลดการสูญเปล่าของทรัพยากร และบรรเทาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการประกวดที่โดดเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ “Second Life จากของเหลือใช้” และ “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าใหม่ รวมถึงผลงาน “บ้านที่หายใจได้” ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อการดูแลรักษาโลก ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาองค์กรผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

NU Art & Craft Fun Fair 2025: เทศกาลแห่งศิลปะ ความรัก และกลิ่นหอมของกาแฟ

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน “NU Art & Craft Fun Fair 2025” ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดที่เชื่อมโยงกันระหว่าง เทศกาลแห่งความรัก ผู้คน ดนตรี และกลิ่นหอมของกาแฟ โดยมี ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็น Creative Art Space ที่สำคัญของเมืองพิษณุโลกและเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

ในปีนี้ งาน NU Art & Craft Fun Fair 2025 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายภาคส่วน เช่น วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน ตลาดประชารัฐ กลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ และศิลปินผู้สร้างสรรค์งานคราฟท์จากจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Lanna Fashion โดยนิสิตชมรมสืบสานล้านนา ที่นำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์การแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้แนวคิด “Flower of ล้านนา” และ การแสดง Upcycled Fashion ที่มุ่งเน้นการออกแบบร่วมสมัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เศรษฐกิจแบบยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การแสดงดนตรีและศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัว เช่น การแสดง Art & Craft NU Dance โดยนิสิตโครงการลูกพระฆเนศ NU Band และ การแสดง Fingerstyle Guitar x Coffee Painting โดย อาจารย์กวิน ภูศรีเทศ แชมป์ Overdrive Acoustic Guitar Contest 2020 และ คุณพัชรพล เสริมสุข ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และพลัง นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะยามค่ำคืน การแสดงดนตรี และกิจกรรมนันทนาการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในบรรยากาศแห่งศิลปะและความสุข

วันสุดท้ายของงาน นับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศในฝันของใครหลายคน ลานด้านหน้าหอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์และอิสระ อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาแฟกับงานฝีมือ” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นจุดรวมตัวของ ชุมชนศิลปะและงานฝีมือ ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาสอนทักษะศิลปะประดิษฐ์ เช่น การเย็บย่าม เย็บตุ๊กตา และงานวาดภาพ ซึ่งช่วยส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และฝึกฝนฝีมือ

งานนี้ยังเชื่อมโยง ชุมชนกับศิลปะ ผ่านบรรยากาศสบายๆ ที่มี นักดนตรีอาสามาขับกล่อม ควบคู่กับ บูธร้านอาหารและกาแฟจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่มาประชันรสชาติจากเวทีแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชน ครอบครัว และตัวแทนชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหม่ ที่ต้องการอวดฝีมือด้านอาหารและเครื่องดื่มแปลกใหม่

NU Art & Craft Fun Fair 2025 ไม่เพียงเป็นงานที่มอบความสนุกและแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็น ต้นแบบของพื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกอย่างเสมอภาค สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ SDG 11 ที่ส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีความยั่งยืนผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin