Archives 2024

นักวิจัย ม.นเรศวร ยกระดับกล้วยไข่สู่นวัตกรรม “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 24 มกราคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” ซึ่งได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้อง H111 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง จารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับคณะนักวิจัย ได้ยกระดับผลผลิตทางการเกษตรของไทยอย่าง “กล้วยไข่” ผสมผสานกับสมุนไพรไทย “เมล็ดกัญชง” ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยมีการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชงนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญอย่างเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันการแดงของผิวหนังจากการสัมผัสแสงแดด โดยนวัตกรรมนี้ถือเป็นการแปรรูปสินค้าเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

คุณลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ คือการนำกล้วยไข่มาพัฒนาในรูปแบบเม็ดเคี้ยวที่รับประทานง่าย สามารถใช้เป็นอาหารว่างหรือเสริมมื้ออาหาร โดยไม่เพียงมอบรสชาติจากกล้วยแท้ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว มีส่วนช่วยป้องกันการเกิด photoaging ที่เกิดจากรังสี UV ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ผ่านกระบวนการสกัดและแปรรูปที่รักษาคุณภาพและความคงตัวของสารสำคัญ พร้อมทั้งคัดสรรส่วนผสมที่เหมาะสม จนได้สูตรตำรับเม็ดเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบทางคลินิกเพื่อยืนยันผลลัพธ์ในการช่วยป้องกันการแดงจากแสงแดด

การคิดค้นนวัตกรรมครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานและมูลค่าสูง สามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” โดยพร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จริง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ

ม.นเรศวร สื่อสารแนวคิด Net Zero Energy เสริมความยั่งยืนด้านพลังงาน

วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิสุทธิ์ แช่มสะอาด ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ ได้สื่อสารกับบุคลากรในหัวข้อ “What and Why Net Zero Energy” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานพลังงานสุทธิเป็นศูนย์

Net Zero Energy หมายถึงสถานะที่ปริมาณการใช้พลังงานสมดุลกับปริมาณพลังงานที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนสะอาด (Clean Renewable Energy) โดยพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในรอบหนึ่งปีเท่ากับหรือน้อยกว่าพลังงานที่ผลิตได้

การให้ความสำคัญกับ Net Zero Energy มีเหตุผลสำคัญจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) ซึ่งภาคส่วนพลังงานมีการปล่อยมากกว่าภาคส่วนอื่น ๆ การปรับไปสู่พลังงานสุทธิเป็นศูนย์จึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ดำเนินงาน พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ภายในหน่วยงาน

พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ยังสามารถนำไปสนับสนุนการใช้ในส่วนอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งยังสร้างตัวอย่างแนวทางการจัดการพลังงานให้กับหน่วยงานอื่น ๆ

การสื่อสารและอบรมความรู้เรื่อง Net Zero Energy ยังส่งเสริมการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน มหาวิทยาลัย และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสมาร์ตกริด

ผู้สนใจติดตามข้อมูลและกิจกรรมด้านพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ SGtech

ม.นเรศวรจัด NU SciPark Dinner Talk 2024 เชื่อมโยงเครือข่ายรัฐ-เอกชน ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการภาคเหนือตอนล่าง

วันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม NU SciPark Dinner Talk 2024 เพื่อเป็นเวทีพบปะระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในจังหวัดพิษณุโลก ณ ห้องคอนเวนชั่น 2 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายและพัฒนาธุรกิจเชิงนวัตกรรม

ต่อมา ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้กล่าวถึงภาพรวมระบบนิเวศธุรกิจในระดับประเทศ และโอกาสที่ภาคเอกชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอถึงบทบาทของ NU SciPark ในการเป็นกลไกสำคัญในการ ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ ทั้งด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งแนะนำบริการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและทุนสนับสนุนสำหรับภาคเอกชน

นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “มุมมองและความคาดหวังของภาคเอกชนจังหวัดพิษณุโลกต่อการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐ” โดยมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ได้แก่ คุณพญา ธาราวุฒิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก, คุณปกรณ์ ด่านสีทอง ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก, ภญ.วรรณศิริ นิ่มพิทักษ์พงศ์ อุปนายกสมาคมเครือข่ายไมซ์ภาคเหนือตอนล่าง และคุณกนกนาถ ลิขิตไพรวัลย์ ประธาน YEC จังหวัดพิษณุโลก

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสร้างสรรค์ มีการนำเสนอ โชว์เคสผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นต้นแบบในการต่อยอดธุรกิจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากแสดงความสนใจเข้ามาปรึกษา ขอข้อมูลทุนสนับสนุน และบริการจาก NU SciPark Connex

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผนึกกำลังของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะตัวกลางที่สำคัญในการเชื่อมโยงความรู้กับการใช้ประโยชน์จริง

ท้ายที่สุด กิจกรรม NU SciPark Dinner Talk 2024 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ผ่านการ ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ ด้วยการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดใหญ่ มหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 24

วันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดงาน มหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 24 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ (QS) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าเพื่อ ส่งเสริมการอ่านและสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของหนังสือ ในทุกภาคส่วนของสังคม

งาน NU Book Fair ครั้งที่ 24 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 30 มกราคม 2567 โดยมีผู้จำหน่ายหนังสือชั้นนำจากทั่วประเทศนำผลงานมาให้ประชาชนเลือกซื้อ ทั้งหนังสือการศึกษา วรรณกรรมเยาวชน งานเขียนสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนหนังสือวิชาการที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้สนใจในหลากหลายสาขา

นอกจากการจำหน่ายหนังสือแล้ว ยังมีกิจกรรมเสริมที่น่าสนใจ เช่น การเสวนาวิชาการ การเปิดตัวหนังสือใหม่ และเวทีสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักเขียน นักวิชาการ และประชาชนผู้รักการอ่าน ทำให้งานนี้เป็นมากกว่าตลาดหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการจัดงานนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการสร้างวัฒนธรรมการอ่านในระดับสถาบันและขยายผลไปสู่ชุมชนโดยรอบ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านการสร้าง เมืองและชุมชนที่น่าอยู่และเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างเท่าเทียม

กิจกรรมในงานยังช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน ได้ใกล้ชิดกับนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาตนเองและต่อยอดความรู้ที่ได้รับ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานในอนาคต

การจัดมหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 24 จึงเป็นทั้ง เวทีการเรียนรู้ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ และศูนย์กลางการเข้าถึงความรู้ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคมในวงกว้าง โดยยึดมั่นในบทบาทของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาชุมชนและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทของตนในการ ส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผ่านการจัดงานหนังสือที่ต่อเนื่องและมีคุณภาพ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ และผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งภายในมหาวิทยาลัยและในสังคมโดยรอบ

ม.นเรศวร ยกระดับความรู้ด้านสุขภาพการนอน เปิดเวที “MED NU HEALTH EXPO 2024” ให้ความรู้เรื่องภัยเงียบปัญหาการนอนกรน

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ที่มีปัญหาการนอนกรน ภายในงาน “MED NU HEALTH EXPO 2024” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึง “ภัยเงียบ” ของการนอนกรน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจในระยะยาว

การบรรยายจัดขึ้นโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และ อาจารย์แพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของการนอนกรน ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงแนวทางการป้องกันและการรักษาที่เหมาะสม

การนอนกรนถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่หลายคนมักมองข้าม เพราะอาจดูเป็นปัญหาการนอนที่ไม่ร้ายแรง แต่แท้จริงแล้วสามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่อันตรายได้ในอนาคต การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพการนอนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถตรวจพบและเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภายในงาน MED NU HEALTH EXPO 2024 ยังมีกิจกรรมบริการประชาชนฟรี ทั้งการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การตรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคการนอน และการตอบคำถามโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้และคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งยังมีกิจกรรมร่วมสนุกพร้อมรับของที่ระลึกภายในงานเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นกันเอง

กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจ โดยเฉพาะด้านการนอนหลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี การให้ความรู้และบริการเชิงป้องกันช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่มั่นคง

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้ด้านสุขภาพกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการเป็นศูนย์กลางการแพทย์และการเรียนรู้เพื่อสุขภาพที่ดีของสังคม

ผู้ที่มีปัญหาการนอนกรน หรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สามารถเข้ารับคำปรึกษาและการตรวจวินิจฉัยได้ที่ “คลินิกนอนกรน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร” ซึ่งให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดโครงการ “ขยะแลกยิ้ม” สร้างรอยยิ้มเด็ก ๆ ผ่านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “ขยะแลกยิ้ม” (Change Trash For Your Smile) เพื่อเชิญชวนให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ร่วมนำขยะรีไซเคิลมาบริจาคหรือแลกเปลี่ยนเป็นชั่วโมงจิตอาสา โดยมุ่งสร้างคุณค่าจากสิ่งของเหลือใช้และส่งต่อเป็นรอยยิ้มแก่เยาวชนในชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำขยะรีไซเคิลประเภทต่าง ๆ มาบริจาค เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง กระดาษ และกระป๋องอะลูมิเนียม โดยกำหนดเกณฑ์การแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจน เช่น ขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็ก 60 ขวด แลกเป็น 6 ชั่วโมงจิตอาสา หรือกระดาษลัง 1 กิโลกรัม แลกเป็น 3 ชั่วโมงจิตอาสา ซึ่งนับเป็นการสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์

จุดเด่นของโครงการคือ การนำขยะที่ถูกบริจาคไปสร้างคุณค่าใหม่ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกสมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและสนับสนุนกิจกรรมการศึกษาสำหรับนักเรียนโรงเรียนวัดคุ้งวารี ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็ก ๆ ที่ขาดแคลน

การจัดกิจกรรม ขยะแลกยิ้ม ไม่เพียงเป็นการรณรงค์การจัดการขยะและลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ดูเหมือนไร้ค่า ให้กลับมามีบทบาทสำคัญต่อสังคม ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการศึกษา

โครงการยังได้เน้นย้ำถึงการใช้หลักการลดการสร้างของเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงได้ชั่วโมงจิตอาสา แต่ยังได้เรียนรู้บทบาทของตนเองในการช่วยลดปัญหาขยะและสนับสนุนการรีไซเคิล

นอกจากนี้ การรณรงค์ยังมีบริการรับขยะถึงหอพัก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นิสิตและบุคลากรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

ขยะแลกยิ้ม จึงเป็นโครงการที่ผสานเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งในด้านการจัดการขยะ การลดของเสีย และการส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน โดยแสดงถึงพลังความร่วมมือของมหาวิทยาลัยและชุมชนในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

ม.นเรศวร พานิสิตเรียนรู้นอกห้องเรียน สำรวจระบบนิเวศน้ำจืดท้ายเขื่อนสิริกิติ์

ภาควิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับนิสิตในรายวิชา สัตว์พื้นท้องน้ำ แพลงก์ตอนวิทยา และสาหร่ายและพรรณไม้น้ำทางการประมง ณ บริเวณท้ายเขื่อนสิริกิติ์ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ผ่านการเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์ในภาคสนาม โดยเน้นการฝึกทักษะการสังเกต สะท้อนถึงการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ถือเป็นการ ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศ

นิสิตได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษา สัตว์พื้นท้องน้ำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ เน้นการจำแนกชนิดและการวิเคราะห์โครงสร้างของชุมชนสัตว์น้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

นอกจากนี้ยังได้ทำการเก็บตัวอย่าง แพลงก์ตอน และทำการตรวจวิเคราะห์ในเบื้องต้น เพื่อศึกษาประเภทและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนที่มีผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน้ำจืด รวมถึงการเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแพลงก์ตอนกับคุณภาพน้ำ

กิจกรรมยังครอบคลุมถึงการเก็บตัวอย่าง สาหร่ายและพรรณไม้น้ำทางการประมง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทในระบบอาหารของสัตว์น้ำ

การตรวจวัด ค่าคุณภาพน้ำ เช่น ค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่า pH และความขุ่นใส เป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำ โดยนิสิตได้เรียนรู้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

การเรียนรู้ในพื้นที่จริงครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนทักษะทางวิชาการ แต่ยังเป็นการปลูกฝังความตระหนักรู้ให้นิสิตเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันกิจกรรมลักษณะนี้ต่อไป เพื่อให้นิสิตมีโอกาสเรียนรู้จากธรรมชาติจริง และสร้างแรงบันดาลใจในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำเพื่อประโยชน์ของชุมชนและสังคมในอนาคต

ม.นเรศวร จับมือ อาษา โปรดักชั่น พัฒนานิสิตและอาจารย์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด ณ ห้องประชุมนเรศวร 310 ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรจากคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งสำคัญนี้

พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และ รองศาสตราจารย์ ดร.อาษา ตั้งจิตสมคิด ประธานกรรมการบริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด เป็นผู้ลงนามความร่วมมือ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คุณวิภา รัตนวงศาโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด ลงนามในฐานะพยาน

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการยกระดับการเรียนการสอนและงานวิจัย โดยเน้นการพัฒนาและสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ในหลากหลายสาขา อาทิ Metaverse, Digital Twin, NFT, DeFi, GameFi, ปัญญาประดิษฐ์, วิทยาการข้อมูล, สถาปัตยกรรม, ศิลปกรรม, การเงิน, การตลาด, การแพทย์, งานอวกาศ และงานทางทะเล ซึ่งเป็นสาขาที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัลและ Disruptive Technology

นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมถึง อุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และ อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต (New S-Curve) รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ข้อตกลงนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัย และการสร้างเสริมความรู้เชิงปัญญาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน การมีส่วนร่วมของบริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะที่ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยการลงนามครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประตูให้นิสิตและอาจารย์ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่พร้อมจะเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคอุตสาหกรรม สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และกำลังคนคุณภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัยด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และบุคลากร ให้การต้อนรับ Professor Keiko Nakamura, M.D., Ph.D.สังกัด Department of Global Health Entrepreneurship, Tokyo Medical and Dental University เนื่องในโอกาสเดินทางมาพบปะหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหาแนวทางความร่วมมือทางด้านวิชาการและงานวิจัยด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ ณ ห้องประชุมสุพรรณกัลยา อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร

การเยือนในครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสในการ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพของการศึกษาและการวิจัยด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในระดับโลก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านสุขภาพของประชาชน ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น Tokyo Medical and Dental University จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกัน

การหารือร่วมกันระหว่างสองสถาบันยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้ และการแลกเปลี่ยนนักวิจัย นักศึกษา และบุคลากร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การสร้างความร่วมมือทางวิชาการในลักษณะนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางของ การพัฒนางานวิจัยเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน และการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นการพัฒนา งานวิจัยและนวัตกรรมด้านสาธารณสุข ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงปฏิบัติได้จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อชุมชนและประเทศชาติ ตลอดจนเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ในการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวรจัด ‘มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo’ เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ส่งเสริมสังคมสุขภาพดี

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีแห่งการก่อตั้ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมสำคัญเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยผ่านงาน “มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthier Society” ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก งานมหกรรมสุขภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดีและยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางบวกต่อสังคมโดยรวม

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ซึ่งเน้นการส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย และการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในสังคม

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) งานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo สอดคล้องกับ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย โดยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพและการป้องกันโรค รวมถึงการส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน อันเป็นการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยการจัดกิจกรรมที่ให้ความรู้ทั้งกับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพที่ดี

กิจกรรมในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo 2023
  1. การอัพเดตความรู้ด้านวิชาการสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ การเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่องถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจกรรมนี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมระบบสุขภาพของประเทศให้แข็งแกร่งและสามารถรองรับความต้องการของประชาชนในทุกด้านได้
  2. บริการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการ การจัดให้มีการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนในทุกช่วงวัย ซึ่งรวมถึงการตรวจวินิจฉัยที่สำคัญ เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และการตรวจสุขภาพหัวใจ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนทราบถึงสถานะสุขภาพของตนเอง แต่ยังช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ ก่อนที่จะเกิดขึ้น การให้บริการตรวจสุขภาพฟรีเป็นหนึ่งในแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
  3. การฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชุมชนและลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการศึกษาและฝึกทักษะที่มีประโยชน์ในด้านสุขภาพ
  4. การเรียนรู้ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัด การใช้ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัดเป็นกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพจิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกายและจิตใจ การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีสามารถช่วยลดความเครียดและสร้างความสมดุลในชีวิต การส่งเสริมสุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเครียดและปัญหาชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. การสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การส่งเสริมการทำอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดการบริโภคเกลือ น้ำตาล และไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ กิจกรรมนี้ยังสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
  6. การรับบริจาคโลหิต การบริจาคโลหิตในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo เป็นกิจกรรมที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ที่ต้องการเลือดในการรักษาโรคหรือในกรณีฉุกเฉิน การบริจาคโลหิตไม่เพียงแต่ช่วยในด้านสุขภาพ แต่ยังเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลสุขภาพระดับชุมชน เป็นกิจกรรมที่สร้างความสมานฉันท์และเสริมสร้างจิตสำนึกทางสังคม
  7. การจัดการความสัมพันธ์ทางด้านความรักและสุขภาพทางเพศ การเสวนาและฝึกอบรมในด้านการจัดการความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการส่งเสริมสิทธิและความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้สังคมมีความสมดุลและเคารพในสิทธิของผู้อื่น

การสร้างสังคมสุขภาพดีผ่านการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน ในการสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน งานนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการให้บริการและความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แต่ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคสุขภาพ สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเสริมสร้างความรู้และการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง การป้องกันโรค และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในทุกๆ ด้านตามหลักการของ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ

ขอเชิญประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และร่วมกันสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีไปพร้อมกัน!
พบกันในงาน มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin