Archives 2024

ม.นเรศวร ผลักดันงานวิจัยสุขภาพสู่เวทีนานาชาติ ในงานประชุมสุดยอดสุขภาพพิภพโลก PHAM2024

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมงานประชุมสุดยอดสุขภาพพิภพโลก The 2024 Planetary Health Summit (PHAM2024) ณ Sunway University กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 20 เมษายน 2567 โดยมีนักวิจัยจากทั่วโลกเข้าร่วมนำเสนอผลงานเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง Microplastic contamination in rivers: a survey from the Nan River, Thailand โดย ดร.สุดาวดี ยะสะกะ ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอแบบ Oral Presentation ในเวทีนานาชาติครั้งนี้ และเป็น 1 ใน 27 ผลงานที่ได้รับโอกาสดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของสังคม

นอกจากนี้ บทคัดย่อของงานวิจัยดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Lancet Planetary Health โดยมี DOI: https://doi.org/10.1016/S2542-5196(24)00084-6 ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่สังคมวิชาการระดับโลก และเพิ่มโอกาสในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้ ยังมีผลงานวิจัยอีก 2 เรื่อง จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในรูปแบบ Poster Presentation ได้แก่ เรื่อง Micro Formalin Contamination in Fresh Vegetables: A Health Assessment among University Students in Thailand โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร และเรื่อง Phosphate Adsorption from Aqueous Solutions by Composite Media Derived from Water Treatment Sludge and Spent Coffee Ground โดย อาจารย์ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์

การเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้ ไม่เพียงแสดงถึงศักยภาพของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีนานาชาติ แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมร่วมกับนักวิจัยจากทั่วโลก อันเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่แข็งแกร่ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ของสังคมโลก ทั้งในด้านมลพิษ ไมโครพลาสติก สารเคมีตกค้าง และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมุ่งผลักดันให้งานวิจัยสามารถต่อยอดไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศ

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีระดับโลกครั้งนี้ สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกที่เน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเพื่อผลักดันให้งานวิจัยจากประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเดินหน้าผลักดันงานวิจัยด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาสังคมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความรู้ที่นำไปสู่สังคมโลกที่ยั่งยืนและเป็นธรรม

ม.นเรศวร เปิดพื้นที่สีเขียวสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดตัว สนามหญ้า พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่บริเวณหน้าหอพักนิสิต เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนและทำกิจกรรมสำหรับนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายในการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวในการเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจ

พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เล่นสเก็ตบอร์ด นั่งอ่านหนังสือ ร้องเพลง หรือแม้แต่การนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนฝูงในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ถือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเครียดและสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยง เช่น การพาน้องหมา น้องแมว มาวิ่งเล่นหรือพักผ่อนร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยส่งเสริมให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบ เพื่อให้พื้นที่นี้คงความน่าใช้งานและเป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์ไปพร้อมกัน

การจัดตั้งพื้นที่สีเขียวดังกล่าวสะท้อนถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และยังเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศบนบก

ในด้านการสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี มหาวิทยาลัยยังมี ศูนย์สุขภาวะนิสิต เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. เพื่อเป็นแหล่งพึ่งพิงและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ต้องการคลายความกังวลหรือหาเพื่อนรับฟัง โดยสามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0-5596-1273 หรือเพจศูนย์สุขภาวะนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

พื้นที่สีเขียวและการบริการด้านสุขภาวะเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนโดยรอบ ถือเป็นตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งทางกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถานศึกษา แต่ยังเป็น พื้นที่ความสุขของผู้คนทุกช่วงวัย ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้เวลาเพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุข และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พร้อมร่วมกันดูแลพื้นที่นี้ให้คงอยู่เป็นแหล่งพักผ่อนและการเรียนรู้ตลอดไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมใส่ฟันเทียมฟรี! บริการประชาชนพื้นที่ห่างไกล เชียงราย เพิ่มคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ

วันที่ 2-4 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมให้บริการใส่ฟันเทียมทั้งปากฟรีแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้รับบริการรวมทั้งหมด 35 ราย ณ โรงพยาบาลพาน การให้บริการในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาการสูญเสียฟันอย่างรุนแรง จนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร การพูดคุย หรือการแสดงออกทางอารมณ์ ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง

การดำเนินการในโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) และ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (SDG 10) ซึ่งการให้บริการฟันเทียมนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพปากและฟันที่ดีขึ้น แต่ยังส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

ร่วมกันสร้างรอยยิ้มแห่งความสุข กิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้รับบริการ โดยที่ประชาชนที่ได้รับการใส่ฟันเทียมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทันตกรรมที่มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลหรือคลินิกทันตกรรม

สำหรับประชาชนที่มีปัญหาการขาดฟันและต้องการขอรับบริการใส่ฟันเทียม สามารถประสานงานไปยังหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทีมทันตแพทย์จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมให้การช่วยเหลือในการรักษา สามารถติดต่อได้ผ่านเว็บไซต์ www.dent.nu.ac.th หรือทางทีมหน่วยใส่ฟันเทียมพระราชทาน

การให้บริการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ แต่ยังสะท้อนถึงการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ขาดแคลนบริการด้านทันตกรรม

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ได้รับการประเมิน “มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับ 4 ดาว” จากเครือข่าย AUN-HPN

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการประเมินในระดับ 4 ดาว จาก เครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (ASEAN University Network – Health Promotion Network : AUN-HPN) ภายใต้เกณฑ์ Healthy University Rating System (HURS) ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการดำเนินงานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้และการทำงาน รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพของนิสิตและบุคลากรในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาและยกระดับสุขภาพกายและจิตของชุมชนมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

การได้รับการประเมินเป็น “มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับ 4 ดาว” ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่า และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาวะของนิสิตและบุคลากร โดยเน้นทั้งด้าน สุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ให้มีความสมดุลและปลอดภัย สิ่งนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญต่อมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสถาบันอุดมศึกษา

ในโอกาสที่ได้รับการประเมินครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยเข้าร่วม การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 22 มีนาคม 2567 ณ ห้องราชมณเฑียร แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวทาง และประสบการณ์การดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพในสถาบันอุดมศึกษา

ในการประชุมวิชาการดังกล่าว ได้มีการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย รวมถึงแนวทางการจัดการสุขภาพจิตและสุขภาพกายของนักศึกษาและบุคลากร โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค อันเป็นการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประชาคมอาเซียน

รางวัล Healthy University Rating System (HURS) เป็นระบบการประเมินที่มุ่งเน้นการยกระดับมหาวิทยาลัยให้เป็น “มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ (Healthy University)” โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิต การจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และการสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการประเมินในระดับ 4 ดาว จึงเป็นหลักฐานแสดงถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่องในการส่งเสริมสุขภาพของชุมชนมหาวิทยาลัย

การส่งเสริมสุขภาพในระดับสถาบันอุดมศึกษาเป็นพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้ดำเนินงานอย่างจริงจังผ่านการจัดโครงการ กิจกรรม และนโยบายต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างสังคมแห่งสุขภาวะในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการออกกำลังกาย การส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม การจัดพื้นที่สีเขียว และการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ ของมหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริงที่มีผลลัพธ์ชัดเจนในระดับประเทศและระดับอาเซียน การได้รับการประเมินระดับ 4 ดาว ในครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นต้นแบบของการจัดการสุขภาพในสถาบันอุดมศึกษาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การได้รับรางวัลยังสะท้อนถึง ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ที่มุ่งสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และการวิจัยร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคมในวงกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนสังคมสู่สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เข้าร่วมประชุมวิชาการสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 และรับรางวัล Healthy University Rating System 2023 ระดับ 4 ดาว

เมื่อวันที่ 21-22 มีนาคม 2567 คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ได้เข้าร่วม การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ เครือข่าย Thai University Network – Health Promotion Network (TUN-HPN) ในหัวข้อสำคัญ “Building a Culture of Health Promotion: Fostering Mental Health Awareness and Support on Campus” ณ ห้องราชมณเฑียร แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการ ส่งเสริมสุขภาพ ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของ สุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มนิสิตและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาแนวทางการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในแคมปัส โดยมีการแชร์ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทยและอาเซียนที่มีส่วนร่วมในเครือข่าย.

การจัดงานประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และจัดขึ้นโดย สำนักงานเลขาธิการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (ASEAN University Network-Health Promotion Network AUN-HPN) ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยแกนนำในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและอาเซียน

หัวข้อสำคัญของการประชุมในปีนี้ คือ “การสร้างวัฒนธรรมการส่งเสริมสุขภาพ: การส่งเสริมความตระหนักและการสนับสนุนสุขภาพจิตในแคมปัส” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตในชุมชนมหาวิทยาลัย การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสนับสนุนด้านจิตใจสำหรับนักศึกษาและบุคลากรถือเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDG 3 (Good Health and Well-being) ที่มุ่งเน้นให้ผู้คนมีสุขภาพดีและการดูแลสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพในระดับสากล โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการพูดถึงแนวทางการปรับปรุงนโยบายและการนำเสนอแผนงานที่สามารถส่งเสริมสุขภาพจิตในหมู่นักศึกษาและบุคลากรในสถาบันการศึกษาอย่างยั่งยืน

ในงานนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติในการรับ รางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ในระดับ 4 ดาว ซึ่งถือเป็นการยอมรับถึงความสำเร็จในการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลความเป็นอยู่ของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย คณะสาธารณสุขศาสตร์และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมแสดงความยินดีและขอแสดงความขอบคุณทีมงานที่ทำงานร่วมกันจนสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญนี้ได้ โดย รศ.ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นตัวแทนในการรับมอบรางวัลดังกล่าว

การได้รับ รางวัล Healthy University Rating System (HURS) ในระดับ 4 ดาว นั้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการดำเนินงานเพื่อสร้าง ชุมชนสุขภาพ ที่ดีและยั่งยืนในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในด้านการดูแลสุขภาพจิต การส่งเสริมสุขภาพกาย และการสนับสนุนในด้านการพัฒนาแหล่งทรัพยากรมนุษย์ที่มีสุขภาพดี การพัฒนานี้สามารถส่งผลบวกต่อทั้งนิสิตและบุคลากรในระยะยาว

นอกจากนี้ รางวัลนี้ยังเป็นการยืนยันถึงความร่วมมือในระดับ SDGs 17 (Partnerships for the Goals) ซึ่งเน้นการสร้างพันธมิตรและความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องของ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องในทุกๆ ปี.

การเข้าร่วม ประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ของเครือข่าย TUN-HPN และการได้รับรางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ในระดับ 4 ดาว ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จในด้านการส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3 และ SDG 17 นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการสร้าง พันธมิตรทางวิชาการและการร่วมมือระหว่างประเทศ ในการพัฒนาสุขภาพของนักศึกษาและบุคลากรในระดับสากล.

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนนวัตกรรม “อาหารเพื่อสุขภาพ” จากวัตถุดิบท้องถิ่น สู่การพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs อย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” ภายใต้โครงการ การขยายผลและเพิ่มขีดความสามารถการผลิตอาหารพื้นบ้านภาคเหนือสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบากและกลุ่มโรค NCDs สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรเปราะบาง และสนับสนุนการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

บรรยากาศกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Platform) ที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และชุมชน ได้ร่วมกันพัฒนาเมนู อาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ธัญพืช ผักพื้นบ้าน และโปรตีนทางเลือก เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบาก และผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านโภชนาการ นวัตกรรม และการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ภาคเช้าของงาน ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เชิงวิชาการในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยเริ่มจากหัวข้อ “การต่อยอดนวัตกรรมอาหารสู่การเป็นผู้ประกอบนวัตกรรมยุค New Normal” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ที่มุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในท้องถิ่น และการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ต่อมาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “อาหารท้องถิ่นสู่อาหารผู้สูงอายุเชิงพาณิชย์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล ซึ่งกล่าวถึงกระบวนการพัฒนาเมนูอาหารที่สอดคล้องกับหลักโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมแนวทางการพัฒนาให้สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้จริง สร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ในหัวข้อสุดท้ายของภาคเช้า รองศาสตราจารย์ ดร.นิติพงศ์ จิตรีโภชน์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ ระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมอาหาร (Food Industry Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการผลิตอาหารปลอดภัยกับนวัตกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น

ภาคบ่ายของงานเป็นกิจกรรม Workshop การสร้างสรรค์อาหารพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพ นำโดย คุณศศิกานต์ ศรีสังข์ และ คุณเอกวัฒน์ พันธาสุ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาเมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายในชุมชน ทั้งนี้ได้เน้นกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการในทุกขั้นตอน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมอาหารที่ไม่เพียงตอบโจทย์สุขภาพ แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหาร

กิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (Food Innovation and Packaging Center: FIN), โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ (Organic Tech Accelerator Platform: OTAP NU) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) จากทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางโภชนาการ วิทยาศาสตร์การอาหาร และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างระบบอาหารที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัยในอนาคต

ม.นเรศวร ส่งเสริม ขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมไทย สร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร นำทีมบุคลากรอุทยานฯ เข้าร่วมการสัมมนา “ปลดล็อกมหา’ลัย ขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมไทย สู่เป้าหมาย 1,000 x 1,000 ร่วมสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท” (ภาคเหนือ) จัดโดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ NSP Rice Grain Auditorium อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) เพื่อยกระดับธุรกิจนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในระดับสากล ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ ส่งเสริมการใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ กล่าวเปิดงาน พร้อมบรรยายในหัวข้อ “การจัดตั้งและดำเนินการ University Holding Company” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนากลไกการลงทุนและความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “การปลดล็อกระบบนิเวศเพื่อส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมไทย” และ “นโยบายส่งเสริมการร่วมลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” โดยเฉพาะการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2566 ที่มุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงเสวนาปิดท้าย มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางในหัวข้อ “การส่งเสริม Startup/Spin-Off จากงานวิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในอนาคต โดยอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน

การเข้าร่วมสัมมนาของอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการ ส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อพัฒนากลไกการลงทุนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนวัตกรรมไทย

นอกจากนั้น ความร่วมมือที่เกิดขึ้นยังสะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ภาครัฐ และเอกชน ในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

การสัมมนาครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังเป็น พลังขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมไทย ให้เติบโตบนพื้นฐานของความร่วมมือ และการสร้างคุณค่าใหม่ที่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต

ม.นเรศวร ตรวจสอบอาหารทุกขั้นตอน มั่นใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินการสุ่มตรวจคุณภาพอาหารในศูนย์อาหาร NU Square และศูนย์อาหาร NU Canteen โดยใช้เครื่องวัดความเค็ม (Salt meter) เพื่อตรวจสอบปริมาณเกลือและโซเดียมในอาหารที่จำหน่ายให้กับนิสิตและประชาชนผู้ใช้บริการ ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางอาหารและสุขภาพของผู้บริโภค

การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินคุณภาพอาหารที่จำหน่ายภายในมหาวิทยาลัย ว่ามีความเหมาะสมต่อการบริโภคและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริโภคโซเดียมเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ การตรวจสอบคุณภาพอาหารยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนด้านอาหาร ที่มุ่งเน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ การลดโซเดียมในอาหารถือเป็นมาตรการสำคัญในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต

การดำเนินงานในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพอาหารและความปลอดภัยทางโภชนาการ การผนึกกำลังกันเช่นนี้ช่วยเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาและชุมชนอื่น ๆ

อีกทั้ง มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพของนิสิตและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ผ่านการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ

การตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การควบคุมมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัย ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้เกลือและโซเดียมในกระบวนการปรุงอาหาร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมการกินที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ท้ายที่สุด การร่วมมือของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมด้านความมั่นคงทางอาหาร และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับมหาวิทยาลัย

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศฯ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการชุมชนในประเด็นภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้โครงการมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการรับมือกับ ความเสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกในปัจจุบัน

โครงการดังกล่าวได้วางแนวทางในการจัดทำ แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและฝุ่นควัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่และแนวทางลดผลกระทบจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ได้กล่าวปฐมบทในหัวข้อ “บทบาทการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสำหรับพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย” โดยเน้นถึงความสำคัญของ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ในการวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงภัยและการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต ซึ่งช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถวางแผนรับมือและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายและสาธิตโดย นายวรฤทธิ์ ประเสริฐ และ นางสาวกมลฉัตร ศรีจะตะ จากสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง (GISTNU) ซึ่งได้แนะนำการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง และการสร้างแบบจำลองข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อให้ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองได้จริง

โครงการนี้เกิดจาก ความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ สถานวิจัยความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงการสนับสนุนจากโปรแกรม ERASMUS+ ของสหภาพยุโรป ผ่านโครงการ SECRA และ FOUNTAIN ซึ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการพัฒนาสังคมให้มี ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างแนวทางการปรับตัวต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน

ผลลัพธ์จากโครงการสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่ขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ผ่านการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในระยะยาว

การดำเนินงานเชิงรุกในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจในระดับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ลดความเสี่ยงจาก ภัยน้ำท่วม มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมประชุม CaRe Network Symposium 2024 ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนสำหรับลดใช้คาร์บอน

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2567 สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการวิเคราะห์ไม่เชิงเส้นและการหาค่าเหมาะที่สุด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ CaRe Network Symposium 2024 ภายใต้หัวข้อ “Renewable Energy for Sustainable Development Goals” ณ โรงแรม Amari พัทยา จังหวัดชลบุรี

การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการปาฐกถาพิเศษด้านนโยบายโดย ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) รวมถึงการเปิดตัวโครงการวิจัยและจัดแสดงผลงานวิจัยด้านพลังงานหมุนเวียน

โครงการที่นำเสนอในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกระดับนักวิจัยไทยสู่การเป็นแกนนำในเครือข่ายวิจัยนานาชาติ โดยมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีด้าน พลังงานหมุนเวียนสำหรับลดใช้คาร์บอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนสร้างการเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก บพค. และเป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัย 8 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนักวิจัยแกนนำระดับประเทศจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าทั้งสามสถาบัน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ คำเอม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศาสตราจารย์ ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ ศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ คำฝอย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นอกจากนี้ ยังมี ศาสตราจารย์ ดร.นรินทร์ เพชร์โรจน์ ผู้อำนวยการสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านการวิเคราะห์ไม่เชิงเส้นฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักวิจัยหลักของโครงการ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

การประชุมยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิจัย นักวิชาการ และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยมุ่งหวังให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ สนับสนุนการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และช่วย ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนสำหรับลดใช้คาร์บอน อย่างเป็นรูปธรรม

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในโครงการครั้งนี้ ตอกย้ำพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนางานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่มั่นคงและยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin