Archives 2024

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มรายได้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่นำเสนอรูปแบบการเพิ่มรายได้ครัวเรือนแก่สมาชิกนิคมสร้างตนเองบางระกำ (นิคม NEXT) พร้อมสำรวจอาชีพของสมาชิกเพื่อสร้างความเข้าใจในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ เป็นผู้ร่วมนำเสนอแนวทางการเพิ่มรายได้แก่สมาชิกนิคม โดยจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านอาชีพและการจัดการเกษตร

รูปแบบการเพิ่มรายได้ที่นำเสนอประกอบด้วย การเลี้ยงไก่พื้นเมือง การเลี้ยงปลา การเลี้ยงกบ และการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG1 ขจัดความยากจน และ SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ชุมชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความรู้และทักษะด้านอาชีพให้แก่สมาชิกนิคม โดยใช้แนวทางเชิงปฏิบัติ ทำให้ครัวเรือนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคส่วนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับ SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ทำให้เกิดเครือข่ายการสนับสนุนชุมชนอย่างเข้มแข็ง

การนำเสนอความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์และการปลูกพืชผักในลักษณะออร์แกนิกและไฮโดรโพนิกส์ ยังช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพของครัวเรือน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง

การลงพื้นที่นิคมสร้างตนเองครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนงานด้านวิชาการและบริการวิชาการสู่ชุมชน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประชากรกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว

หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมหรือรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อรับแนวทางการพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ออกประกาศสำคัญ “ห้ามนิสิตเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยห่างไกลการพนัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการพนันฟุตบอล ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อ พฤติกรรม จิตใจ และการเรียนรู้ของเยาวชนในสถานศึกษา รวมถึงอาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคมในวงกว้าง มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการเฝ้าระวังการเล่นพนันภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและมีคุณธรรม

ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดแนวทางให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็น พื้นที่ปลอดการพนัน และมุ่งเน้นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้ดำเนินการออกประกาศดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้นิสิตเข้าไปมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การชักชวน หรือการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการพนันในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป โดยได้ยกเลิกประกาศเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2558 พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งด้าน การป้องกัน การให้ความรู้ และการลงโทษผู้ฝ่าฝืน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและมีคุณธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้กำหนด โทษทางวินัย สำหรับนิสิตที่ฝ่าฝืนเข้าร่วมกิจกรรมการพนันฟุตบอล โดยผู้ที่กระทำผิดจะได้รับโทษตามระเบียบของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจรวมถึง การภาคทัณฑ์ การพักการศึกษา หรือการพิจารณาให้ออกจากการเป็นนิสิต ทั้งนี้เพื่อยับยั้งพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของนิสิตเองและของสถาบัน

ในด้านการป้องกันเชิงรุก มหาวิทยาลัยยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของการพนัน และสร้างจิตสำนึกในหมู่นิสิตให้ตระหนักถึงผลเสียทั้งทางกาย จิตใจ และเศรษฐกิจ ผ่านกิจกรรมบรรยาย การรณรงค์ และนิทรรศการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และห่างไกลจากพฤติกรรมเสี่ยง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและมีคุณธรรม โดยเชื่อว่าการปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบต่อตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนานิสิตให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นพลเมืองดี การห้ามเล่นการพนันจึงไม่ใช่เพียงการควบคุมพฤติกรรม แต่ยังเป็นการสร้าง ภูมิคุ้มกันทางจิตใจและคุณธรรมร่วมกัน

การออกประกาศ “ห้ามเล่นการพนันฟุตบอลในมหาวิทยาลัย” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ พัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้พื้นที่การศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ และสร้างสังคมที่สงบสุข ปราศจากการพนัน โดยเชิญชวนนิสิตทุกคนร่วมมือกัน งดเว้นจากการพนันทุกรูปแบบ เพื่ออนาคตที่ดีของตนเองและสังคมโดยรวม

ม.นเรศวร ร่วมเครือข่าย C-อพ.สธ. ขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันแม่ข่ายเครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายเชิงประเด็นโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (C-อพ.สธ.)” ณ ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น จัดโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อรวมพลังเครือข่าย 9 แห่งทั่วประเทศในการขับเคลื่อนสถาบันการศึกษาไทยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

การประชุมได้รับเกียรติจากนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 9 แห่ง ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เน้นย้ำถึงการสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ที่สามารถวัดผลและขยายผลได้จริง

ในฐานะแม่ข่ายของภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนสถาบันการศึกษาและชุมชนในเครือข่ายให้ร่วมกันพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมต่อการปรับตัว ทั้งในด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุม C-อพ.สธ. จึงไม่ใช่เพียงเวทีเชิงวิชาการ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดคาร์บอน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเป็นพลังสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

ม.นเรศวร ผนึกกำลังนิคมสร้างตนเองบางระกำ พัฒนาครัวเรือนและอาชีพอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี กล่าวเปิดการประชุมสร้างความเข้าใจในการดำเนินโครงการพัฒนาทุนมนุษย์และส่งเสริมมูลค่าเศรษฐกิจ-สังคม ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก พร้อมลงพื้นที่สำรวจกลุ่มเป้าหมายสมาชิกนิคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณาจารย์ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ และแนวทางสร้างรายได้ให้ครัวเรือนสมาชิกนิคมสร้างตนเอง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ แนะนำเทคนิคการเพิ่มรายได้และการจัดการอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของสมาชิกนิคม

กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย กลุ่มผู้เลี้ยงไก่ กลุ่มผู้ปลูกอ้อย กลุ่มผู้เลี้ยงปลา และกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร ซึ่งได้รับการอบรมด้านการจัดการอาชีพ การวางแผนการผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการออกหน่วยบริการวิชาการมหาวิทยาลัยนเรศวร (ภาคเหนือตอนล่าง) เพื่อให้ความรู้และแนวทางการพัฒนากลุ่มเป้าหมายสอดคล้องกับความต้องการเชิงพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งเน้นการนำผลงานวิชาการและองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ถ่ายทอดสู่ชุมชนอย่างเหมาะสมและตรงประเด็นความต้องการ เพื่อสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ-สังคมให้แก่สมาชิกนิคม

การดำเนินโครงการครั้งนี้เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน ส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงแก่สมาชิกนิคม พร้อมต่อยอดความยั่งยืนในมิติสังคมและเศรษฐกิจของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

NU_Giftgang: พัฒนาทักษะนิสิต สร้างคุณค่าเพื่อสังคม สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร (ม.นเรศวร) ดำเนินโครงการ #NU_Giftgang เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะเชิงสร้างสรรค์ของนิสิต ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โครงการนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันแห่งการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาคนให้มีทั้งความรู้ ความสามารถ และจิตสาธารณะ ตอบสนองต่อแนวคิด ส่งเสริมแหล่งความรู้สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

กิจกรรม #NU_Giftgang มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะงานฝีมือของนิสิตให้เกิดคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม โดยเน้นการออกแบบและผลิตของขวัญจาก วัสดุธรรมชาติ และการ ลดการใช้พลาสติก เพื่อสนับสนุนแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัย

นิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับโอกาสในการฝึกฝนทักษะเชิงปฏิบัติจริง ทั้งด้านการออกแบบ การสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันภายใต้บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ นอกจากนี้ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายชิ้นงานจะถูกนำไปมอบเป็น ทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการผสานการเรียนรู้เข้ากับการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างแท้จริง

กิจกรรมนี้จึงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ในสามมิติ ได้แก่

  • คนทำ ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และได้ประสบการณ์การทำงานจริง
  • คนซื้อ ได้รับชิ้นงานที่มีคุณค่า พร้อมโอกาสในการร่วมสนับสนุนการศึกษา
  • คนรับ ได้รับแรงสนับสนุนทางการศึกษาและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง

ชิ้นงานทั้งหมดผลิตภายใน ศูนย์สุขภาวะนิสิต (ห้องขวัญ 3) อาคารขวัญเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาและส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจของนิสิต อีกทั้งยังเปิดให้บุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโดยสามารถเลือกซื้อสินค้าที่จุดจำหน่ายสองแห่ง ได้แก่ กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง และ ห้องประชาสัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการ #NU_Giftgang จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมฝึกทักษะเชิงอาชีพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนิสิตและชุมชนในการสร้างคุณค่าเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การดำเนินกิจกรรมในลักษณะนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานิสิตให้เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มีความรู้คู่คุณธรรม และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม ด้วยการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการ ส่งเสริมแหล่งความรู้สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ม.นเรศวร คว้ารางวัลเหรียญเงินจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ณ เจนีวา

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สนธยา นุ่มท้วม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และ ดร.เสาวลักษณ์ รุ่งแจ้ง อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามทีม “BetterWhite” ที่ได้รับรางวัลเหรียญเงิน จากผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ในงาน The 49th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

การประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 โดยมีผลงานจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากยุโรป เอเชีย และอเมริกา เข้าร่วมมากกว่า 1,000 ผลงาน ซึ่งนับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยได้แสดงศักยภาพด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพสู่สายตาชาวโลก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกและสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาของไทย จำนวน 37 แห่ง เพื่อเข้าร่วมประกวดในเวทีครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมได้จริง

ผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ของทีม BetterWhite มีแนวคิดหลักในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยกระดับคุณภาพของงานวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตอบโจทย์สังคม

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเวทีเจนีวา ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัย และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สากล

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมนวัตกรรมการวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดโครงการถอดรหัสมหัศจรรย์ ดินแดนถิ่นอาร์โคซอร์ ส่งเสริมคุณภาพการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น สู่การเรียนรู้อย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2567 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “ถอดรหัสมหัศจรรย์ ดินแดนถิ่นอาร์โคซอร์ บนพื้นแผ่นดินสูงเฉียดฟ้าอำเภอน้ำหนาว” ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบนฐานความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและธรณีวิทยาของโรงเรียนน้ำหนาววิทยาคม

โครงการนี้เกิดจากการทำงานของทีมผู้วิจัยจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ศรีพันธ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐเชษฐ์ พูลเจริญ, อาจารย์วรานนท์ คลังสีดา วรนรากุล และอาจารย์ธนชัย ก๋งพยา โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์สุด ปลื้มใจ จากวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก เป็นวิทยากรพิเศษ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้เรียน

กิจกรรมการเรียนรู้ถูกออกแบบอย่างสร้างสรรค์และทันสมัย เริ่มจาก กิจกรรมที่ 1 “ตามรอยไดโนเสาร์อาร์โคซอร์ 200 ล้านปี” ผ่านเทคโนโลยีแว่น VR ที่ช่วยเปิดมิติใหม่ของการเรียนรู้เสมือนจริง ตามด้วย กิจกรรมที่ 2 “องค์ความรู้ธรณีวิทยาและสิ่งแวดล้อมที่น้ำหนาว” ซึ่งผู้เรียนได้ฝึกลงมือทำด้วยการประดิษฐ์กล่อง Hologram อย่างง่าย

นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมที่ 3 “สืบสานผ่านเรื่องราวท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การถอดรหัสภูมิปัญญาท้องถิ่นและการจัดการทรัพยากร เพื่อต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจในชุมชน และ กิจกรรมที่ 4 “พัฒนาตน พัฒนาอาชีพในโลกปัจจุบัน” ที่เน้นการเรียนรู้การวางแผนธุรกิจอย่างเป็นระบบและการเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพที่มั่นคง

การดำเนินโครงการครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากโรงเรียนน้ำหนาววิทยาคม โดยนายนิรุทธ์ แก้วนิคม ผู้อำนวยการโรงเรียน และนางสาวมยุรี ทวีวันกิจ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มอบหมายให้กลุ่มบริหารวิชาการและคณะครู นำนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ ห้องประชุมอาคาร 3 ของโรงเรียน

กิจกรรมในครั้งนี้ช่วยสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ธรณีวิทยา และสิ่งแวดล้อม เข้ากับการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังปลูกฝังให้นักเรียนเห็นคุณค่าของท้องถิ่น และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการสร้างอาชีพในอนาคต

โครงการนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมคุณภาพการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง เข้าถึงได้ และสามารถขยายผลสู่การพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรม “ถอดรหัสมหัศจรรย์ ดินแดนถิ่นอาร์โคซอร์” จึงไม่เพียงเป็นการเรียนรู้เชิงวิชาการ แต่ยังเป็นการ เสริมประสบการณ์เรียนรู้ที่น่าตื่นตา และส่งเสริมการเรียนรู้ ในหลายมิติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการ ที่ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดเวิร์กช็อป “ทุบดอกไม้ลายกระเป๋า” ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมจัดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ภายใต้หัวข้อ “ทุบดอกไม้ลายกระเป๋า” โดยได้รับมอบหมายจากนางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ให้ นางสาวอนงค์ วงศ์สุวรรณ์ บุคลากรหน่วยบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ ทำหน้าที่วิทยากร ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในโครงการ Summer Camp : Work Shop Art Created “Tote Bag Art Jamming” ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน พิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะบนกระเป๋าผ้า ผ่านเทคนิคการทุบดอกไม้และลวดลายธรรมชาติ

การจัดเวิร์กช็อปนี้ช่วยส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาความสามารถด้านศิลปะให้แก่ผู้เข้าร่วม ทั้งนิสิต นักเรียน และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมและศิลปะท้องถิ่น

กิจกรรมยังเน้นการปลูกฝังการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดอกไม้และพืชพรรณท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ทั้งด้านการศึกษา การสร้างงานศิลปะเชิงพาณิชย์ และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์พร้อมสร้างรายได้

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคม และธุรกิจเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน

กิจกรรมยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสและเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างเป็นรูปธรรม

สุดท้าย กิจกรรมเวิร์กช็อป “ทุบดอกไม้ลายกระเป๋า” ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงวิชาการและสังคม ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนและสังคมโดยรวม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสามารถสร้างรายได้จากงานศิลปะที่เรียนรู้

ม.นเรศวร ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้

วันพุธที่ 3 เมษายน 2567 ผศ.ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมกับ นายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และทีมงานพัฒนานวัตศิลป์ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มทอผ้าบ้านบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเก็บข้อมูลการผลิตเส้นใยจากวัสดุเหลือใช้ในครั้งที่ 2 ของโครงการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมต่อยอดสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยทีมงานได้ศึกษากระบวนการทอผ้า และเก็บตัวอย่างเส้นใยและเศษผ้าเพื่อใช้ในการทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังรวมถึงการสัมภาษณ์ช่างทอผ้าและสมาชิกชุมชนเพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคนิคการตีฝ้าย การจัดการวัสดุเหลือใช้ และแนวทางการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านนวัตกรรมให้กับวิสาหกิจชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ชุมชนมีความเข้าใจในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความงามและการใช้งานจริง พร้อมเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

นอกจากนี้ ทีมงานยังได้เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิจัยด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการศึกษาและการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

การทำงานร่วมกับกลุ่มทอผ้าในครั้งนี้ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและวิสาหกิจชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคนิค และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. 055963144 อีเมล watcharaju@nu.ac.th เว็บไซต์ https://www.sci.nu.ac.th/acadservice/index.php

ม.นเรศวร ผลักดันงานวิจัยสุขภาพสู่เวทีนานาชาติ ในงานประชุมสุดยอดสุขภาพพิภพโลก PHAM2024

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมงานประชุมสุดยอดสุขภาพพิภพโลก The 2024 Planetary Health Summit (PHAM2024) ณ Sunway University กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 20 เมษายน 2567 โดยมีนักวิจัยจากทั่วโลกเข้าร่วมนำเสนอผลงานเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง Microplastic contamination in rivers: a survey from the Nan River, Thailand โดย ดร.สุดาวดี ยะสะกะ ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอแบบ Oral Presentation ในเวทีนานาชาติครั้งนี้ และเป็น 1 ใน 27 ผลงานที่ได้รับโอกาสดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของสังคม

นอกจากนี้ บทคัดย่อของงานวิจัยดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Lancet Planetary Health โดยมี DOI: https://doi.org/10.1016/S2542-5196(24)00084-6 ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่สังคมวิชาการระดับโลก และเพิ่มโอกาสในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้ ยังมีผลงานวิจัยอีก 2 เรื่อง จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในรูปแบบ Poster Presentation ได้แก่ เรื่อง Micro Formalin Contamination in Fresh Vegetables: A Health Assessment among University Students in Thailand โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร และเรื่อง Phosphate Adsorption from Aqueous Solutions by Composite Media Derived from Water Treatment Sludge and Spent Coffee Ground โดย อาจารย์ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์

การเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้ ไม่เพียงแสดงถึงศักยภาพของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีนานาชาติ แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมร่วมกับนักวิจัยจากทั่วโลก อันเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่แข็งแกร่ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ของสังคมโลก ทั้งในด้านมลพิษ ไมโครพลาสติก สารเคมีตกค้าง และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมุ่งผลักดันให้งานวิจัยสามารถต่อยอดไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศ

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีระดับโลกครั้งนี้ สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกที่เน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเพื่อผลักดันให้งานวิจัยจากประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเดินหน้าผลักดันงานวิจัยด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาสังคมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความรู้ที่นำไปสู่สังคมโลกที่ยั่งยืนและเป็นธรรม

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin