Archives 2024

ม.นเรศวร รวมพลังชุมชน ส่งเสริมความรู้ สุขภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2567 ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย สุ่มประดิษฐ หัวหน้าภาควิชา พร้อมด้วยบุคลากรประจำภาควิชา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บุคลากรจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ สำนักงานเลขานุการฯ สถานบริการวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา จัดกิจกรรมออกหน่วยบริการวิชาการให้ความรู้แก่ประชาชน นักเรียน และผู้ประกอบการในชุมชน

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการวิชาการแก่สังคม และโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการบำเพ็ญประโยชน์ โดยจัดขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์วิสาหกิจชุมชนบ้านคลองซับรัง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขาดิน และวัดถ้ำผาหลวง ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

การจัดกิจกรรมมุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ชุมชน โดยมีการให้บริการตรวจสมรรถภาพร่างกายพื้นฐานและตรวจสุขภาพทั่วไป เพื่อสร้างความรู้ด้านสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัด โดยเน้นเห็ดและสมุนไพรสู่สุขภาพ การใช้สมุนไพรบำบัดโรค พร้อมสาธิตการทำขมิ้นดองน้ำผึ้ง และการใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างถูกต้อง เพื่อเสริมสร้างความรู้ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

กิจกรรมด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมมีการบรรยายการกำจัดแมลงวันทองอย่างยั่งยืน พร้อมสาธิตการทำกับดักแมลงวัน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนคลองซับรัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน

เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ภาควิชาฯ จัดกิจกรรมให้คำแนะนำในการพัฒนาฉลากผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดออนไลน์ เช่น น้ำมะม่วงเข้มข้นและน้ำมะม่วงพร้อมดื่ม พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยปราชญ์ชาวบ้าน

ด้านสังคมและศาสนา กิจกรรมได้รวมการทำบุญถวายสังฆทานชุดยาสามัญประจำบ้านแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ วัดถ้ำผาหลวง สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างยั่งยืน ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยาขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือในการจัดกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ม.นเรศวร ลงพื้นที่ติดตามการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2567 นายวิกานต์ วันสูงเนิน เจ้าหน้าที่วิจัย วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นตัวแทน SGtech ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก และองค์การบริหารส่วนตำบลนาบัว ลงพื้นที่ ติดตามการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ ณ โรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินสภาพการทำงานของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งในโรงเรียน ตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

ระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้รับการติดตั้งถือเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงเรียน และยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ชนบท การ บำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาคุณภาพการผลิตไฟฟ้าให้คงที่

การดำเนินการในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ชุมชนและบุคลากรในพื้นที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาระบบพลังงานทดแทน โดยเน้นการใช้และบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังสะท้อนถึงความสำคัญของ การมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ ที่ช่วยให้การใช้พลังงานทดแทนเกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

การมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอจากพลังงานสะอาดไม่เพียงตอบโจทย์ด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษา และช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกล

การลงพื้นที่ติดตามในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการผลักดันการใช้ พลังงานสะอาดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ ไม่เพียงช่วยให้ระบบผลิตไฟฟ้าดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง แต่ยังเป็นการนำเทคโนโลยีสะอาดมาต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในอนาคต

ผลงานนวัตกรรม “ChixTein” ม.นเรศวร คว้าสุดยอดนวัตกรรมอาหารบนเวทีโลก

วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567 ผลงานนวัตกรรม ChixTein ของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนวัตกรรมอาหาร ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเวที Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ณ Riverside Studios กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยสู่ระดับโลก และเป็นการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและตลาดโลกในอนาคต

ผลงาน ChixTein เกิดจากความร่วมมือระหว่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนไก่เข้มข้นคุณภาพสูงในรูปแบบผงโปรตีนที่สามารถใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์ ChixTein มีแนวคิดสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ปราศจากสารสังเคราะห์ สารกันบูด และสารเติมแต่ง เพื่อสร้างโปรตีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพากระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นโปรตีนที่มีรสชาติธรรมชาติจากเนื้อไก่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม

การคัดเลือก ChixTein เข้าสู่เวทีระดับโลกในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food Innovation Global Market Launchpad ที่มุ่งผลักดันธุรกิจนวัตกรรมอาหารของไทยสู่การเติบโตในตลาดสากล โดยมีการจัดกิจกรรมเสวนาและบรรยายภายใต้หัวข้อ “Thailand’s Taste of Tomorrow: Fostering the Future of Food, Faith, and Flavours” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ Food Innopolis

สำหรับเอกลักษณ์ของงาน Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วารีกุญชร” สัตว์ป่าหิมพานต์ในตำนาน โดยมีช้างสีม่วงพร้อมหู หาง และครีบสีชมพู ใช้เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงยานพาหนะทางวัฒนธรรมที่จะนำพา FoodTech Startups ฝ่าฟัน Valley of Death และก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดโลกด้วยพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย

บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด ถือเป็น บริษัท Spin Off 100% จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีพันธกิจสำคัญคือ Feed the World with Sustainable Protein มุ่งสร้างนวัตกรรมโปรตีนคุณภาพสูงจากทรัพยากรที่ประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก

การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต แต่ยังถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยที่โดดเด่น แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ กลายเป็นจุดขายที่ดึงดูดความสนใจของนานาชาติ และทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมอาหารสู่ตลาดโลก

ChixTein จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหาร แต่เป็นนวัตกรรมที่สะท้อนความสามารถด้านงานวิจัยและการสร้างธุรกิจเชิงนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไทย อันจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับประเทศ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ขอบคุณภาพจาก: www.innolifethailand.com

ม.นเรศวร ร่วมกับ รพ.สต. คัดกรองจอประสาทตาเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่าย ได้จัดโครงการ “ตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน” ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) วังนาคู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โดยโครงการนี้มีแพทย์และบุคลากรจากภาควิชาจักษุวิทยา ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์จากงานบริการปฐมภูมิและทีมงานจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่ายเป็นผู้ให้บริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และสามารถนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในการดำเนินโครงการครั้งนี้ มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจากชุมชนเข้ามารับการตรวจคัดกรองจำนวนทั้งสิ้น 96 คน ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพในระดับชุมชนตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-Being) ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนทางตา

การตรวจคัดกรองในครั้งนี้มีความสำคัญในการคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อมในระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถทำการรักษาและป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในผู้ป่วยได้ หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้แก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 10 (Reduced Inequality) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงบริการสุขภาพ

โครงการนี้ยังได้มีการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล และชุมชน ซึ่งเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาและการป้องกันโรคในระดับชุมชนตามแนวทางของ SDGs.

วันที 4 มิถุนายน 2567 หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับภาควิชา
จักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่าย จัดโครงการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสือมในผู้ปวยโรคเบาหวาน ณ รพ.สต. บ้านเสาหิน โดยมีแพทย์ บุคลากรจากภาควิชาจักษุวิทยา บุคลากรปฐมภูมิฯ และรพ.สต. ในเครือข่ายร่วมให้บริการ โดยมีผู้ปวยโรคเบาหวานเข้ามารับบริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสือมทังหมด 146 คน

ม.นเรศวร เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิต 24 ชั่วโมง ส่งเสริมความปลอดภัยและการดูแลเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ประกาศเปิดให้บริการ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิต เพื่อดูแลและช่วยเหลือนิสิตในทุกกรณีฉุกเฉิน โดยศูนย์ดังกล่าวเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนโทร. 08-6936-9977 ถือเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและน่าอยู่

การจัดตั้งศูนย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือนิสิตในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเจ็บป่วยฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่านิสิตทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีและมีมาตรการรองรับที่มีประสิทธิภาพ

บริการของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนี้ครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์และการช่วยเหลือเบื้องต้น รวมถึงการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อให้การจัดการเหตุฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีระบบและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากการดูแลด้านความปลอดภัยแล้ว ศูนย์ฯ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความอุ่นใจให้นิสิตและผู้ปกครอง โดยตอกย้ำถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ไม่เพียงมุ่งพัฒนาในด้านวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับ คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของนิสิต อย่างรอบด้าน

ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินยังทำงานร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งกองกิจการนิสิต กองอาคารสถานที่ และหน่วยรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างระบบการเฝ้าระวังและการตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิตครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ ส่งเสริมความปลอดภัยและการดูแลเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่นิสิต บุคลากร และผู้ปกครอง พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยที่ปลอดภัยและยั่งยืน

NU SciPark ม.นเรศวร จัดแข่งขัน Pitching Startup Thailand League 2024 คัดเลือกนิสิตสู่เส้นทางผู้ประกอบการนวัตกรรม

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ได้จัดกิจกรรมแข่งขันคัดเลือกนิสิต (Pitching) ระดับมหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ Startup Thailand League ประจำปี 2567 ณ ห้อง AUDITORIUM ชั้น 1 อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร (CITCOMS) โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างเวทีให้นิสิตและอาจารย์ได้ ต่อยอดแนวคิดเชิงธุรกิจ และพัฒนาสู่การเป็นวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำจริง โดยมีระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) คอยสนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

การแข่งขัน Pitching เป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการ ส่งเสริมพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงศักยภาพด้านการคิด วิเคราะห์ และการนำเสนอแผนธุรกิจที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังทักษะสำคัญที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่

ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน อาทิ ผู้บริหารบริษัท Startup ชั้นนำ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายคณะของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะเชิงลึกและประเมินศักยภาพของนิสิตผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

ผลการแข่งขันจะมีการคัดเลือกผู้ชนะทั้งหมด 5 ทีม เพื่อเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมการแข่งขันในรอบระดับภูมิภาค ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ต่อไป ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นิสิตจะได้แสดงความสามารถในเวทีที่กว้างขึ้นและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการจริง

กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงบทบาทของ NU SciPark ในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจ Startup ภายในมหาวิทยาลัย สนับสนุนให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เสริมทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมที่ตอบโจทย์การพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่

การจัดการแข่งขัน Pitching ในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเฟ้นหาทีมที่มีศักยภาพสูง แต่ยังเป็นการปูพื้นฐานให้นิสิตทุกคนที่เข้าร่วมได้รับแรงบันดาลใจและเรียนรู้กระบวนการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคตได้อย่างมั่นคง

NU SciPark จึงยังคงทำหน้าที่สำคัญในการผลักดันมหาวิทยาลัยนเรศวรสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการ” ที่ผลิตบัณฑิตมีคุณภาพ พร้อมทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และสามารถสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืนต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร จัดโครงการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน มุ่งยกระดับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วันพุธที่ 22 – วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2567 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน ประจำปีงบประมาณ 2567 ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การเพิ่มขีดความสามารถของการปฏิบัติงานในฐานะหน่วยงานสนับสนุน” ณ ไอธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

การอบรมได้รับเกียรติจากทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย คุณพิสมัย เพ็ชรรัตน์ ผู้อำนวยการผู้บริหารกลุ่มบริหารคุณภาพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการที่ปรึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมด้วยคุณพิมพ์พรรณ ณ พัทลุง และคุณวาริศป์ ยังเหล็ก มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองใหม่ในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในองค์กร

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้าง Growth Mindset for Growing Together เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกในการทำงานและการพัฒนาตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาค่านิยมองค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานสายสนับสนุนวิชาการที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กร พร้อมทั้งได้ฝึกปฏิบัติจริงในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นแนวทางสำคัญในการ ส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการทำงานเป็นทีม ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะด้านความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างเพื่อนร่วมงานและผู้นำองค์กร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้เกิดพลังการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่บุคลากร ผ่านการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับศักยภาพการทำงานรายบุคคล แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมและองค์กรในภาพรวม ทำให้การดำเนินงานของคณะและมหาวิทยาลัยก้าวหน้าอย่างมั่นคง

การอบรมดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรสายสนับสนุนในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมการทำงานในอนาคต เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในทุกมิติ

คณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร จัดประชุมนานาชาติ iGST 2024 ส่งเสริมการจัดการระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The International Conference of The Genetics Society of Thailand (iGST) 2024 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2567 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีทางวิชาการสำคัญที่รวบรวมคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพันธุศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

นอกจากความสำคัญด้านวิชาการแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการรณรงค์ลดขยะพลาสติกผ่านการใช้ แก้วกระดาษย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Eco-Friendly Paper Cup: Yes! Bio) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และบริษัท SMS Corporation Co., Ltd. ซึ่งได้สนับสนุนการนำแก้ว Yes! Bio มาใช้ภายในงาน ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับการจัดการประชุมวิชาการ โดยผสานเป้าหมายทางวิชาการและการดูแลสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

การใช้แก้วย่อยสลายได้ในการประชุม iGST 2024 ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการขยะที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการสร้างตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนแทนการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดปัญหาขยะที่เป็นหนึ่งในประเด็นสิ่งแวดล้อมระดับโลก

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแค่เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่นการเลือกใช้แก้วที่ย่อยสลายได้ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อสังคมและธรรมชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ การจัดงานยังแสดงถึงพลังของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนที่มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือเช่นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่แนวทางที่ยั่งยืน และยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาในระดับประเทศและระดับโลก

ท้ายที่สุด การประชุม iGST 2024 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยกระดับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นตัวอย่างของการจัดกิจกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างองค์ความรู้และพัฒนางานวิชาการ เพื่อก้าวสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกร เพื่อส่งเสริมการดูแลรักษาต้นไม้อย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายทิวา ทัศนางกูร รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ได้รับมอบหมายจากนายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ กล่าวรายงานการจัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกร” โดยได้รับเกียรติจากนายบรรจง ศรีใจวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมภาคเช้าเป็นการบรรยายให้ความรู้ด้าน การตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ การใช้เทคนิคการตัดแต่งที่ถูกต้อง และแนวทางการทำงานบนที่สูง รวมถึงการแนะนำอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับรุกขกร ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะและความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

ช่วงภาคบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยผู้เข้าร่วมได้ลงพื้นที่จริงเพื่อฝึกฝน การตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี ผ่านการสาธิตและการปฏิบัติร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงภายในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วยคณะทำงานด้านอาคารสถานที่ บุคลากร เจ้าหน้าที่ภูมิทัศน์ คนงาน และคนสวนจากหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนในองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน การดูแลรักษาต้นไม้และพื้นที่สีเขียว

โครงการดังกล่าวยังสะท้อนถึงความสำคัญของการจัดการต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย ที่ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศในพื้นที่ และทำให้มนุษย์สามารถ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางบก เพื่อให้ต้นไม้และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มหาวิทยาลัยคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปในระยะยาว

การอบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกรครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มทักษะเชิงวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างรับผิดชอบ เพื่อส่งต่อความยั่งยืนทั้งต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในอนาคต


ม.นเรศวร จัดประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เวลา 13.30 – 15.30 น. ณ ห้องประชุมนเรศวร 308 ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี กองคลัง มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 2 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานการประชุม

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการ เร่งรัดและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส สอดคล้องกับกรอบนโยบายของรัฐบาลและมาตรการด้านความรับผิดชอบทางการคลัง

คุณรุจิพัชญ์ ทวีชัยกิติพงษ์ ผู้อำนวยการกองคลัง ได้นำเสนอข้อมูลรายงานผลการเบิกจ่าย พร้อมทั้งสะท้อนประเด็นท้าทายและข้อเสนอแนะเพื่อให้ทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยสามารถวางแผนการเบิกจ่ายได้ตรงตามเป้าหมาย ลดปัญหาการล่าช้า และป้องกันการสูญเสียงบประมาณ

ที่ประชุมประกอบด้วยผู้บริหารและตัวแทนจากคณะกรรมการของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันหามาตรการและแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีความรัดกุม โปร่งใส และตรวจสอบได้ อันเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการงบประมาณภายในมหาวิทยาลัย

การประชุมดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน และเสริมสร้างระบบการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาล โดยเน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้ การติดตามการเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่องยังช่วยกระตุ้นให้แต่ละหน่วยงานตระหนักถึงบทบาทหน้าที่และความสำคัญของการจัดการงบประมาณอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัยทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ

การประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังเป็นการวางรากฐานในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin