ม.นเรศวร ส่งความห่วงใย คณะเภสัชศาสตร์มอบเวชภัณฑ์ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รศ.ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคม โดยการนำสิ่งของบรรเทาทุกข์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไปมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกระจายความช่วยเหลือ

การเดินทางในครั้งนี้มีจุดหมาย ณ มณฑลทหารบกที่ 39 เพื่อดำเนินการร่วมส่งมอบน้ำใจและอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้แก่หน่วยงานทหารสำหรับนำไปช่วยเหลือและแจกจ่ายสู่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี พลตรี ปฐวี ศรีสุข ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 และคณะ เป็นผู้ให้เกียรติรับมอบ

สำหรับสิ่งของที่นำไปสนับสนุนภารกิจบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ ประกอบด้วยเวชภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาสุขภาพในสภาวะน้ำท่วมขัง ได้แก่ แป้งสำหรับทาผิว จำนวน 50 โหล ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยลดความอับชื้นและป้องกันผดผื่นคันที่มักเกิดขึ้นกับผู้ประสบภัยที่ต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ยังมีการส่งมอบ น้ำเกลืออเนกประสงค์ ขนาด 200 มิลลิลิตร จำนวน 20 โหล สำหรับใช้ทำความสะอาดบาดแผลหรือชำระล้างสิ่งสกปรกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ รวมถึง ยาแก้ท้องเสีย จำนวน 10 กล่อง ซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับโรคระบบทางเดินอาหารที่มักระบาดในช่วงที่มีน้ำหลาก

การมอบเวชภัณฑ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างหลักประกันด้านสุขภาวะที่ครอบคลุม การดูแลสุขภาพเบื้องต้นในสถานการณ์วิกฤตถือเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการลุกลามของโรคติดต่อ และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมและทันท่วงที

การประสานความร่วมมือกับมณฑลทหารบกที่ 39 ยังเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จะช่วยให้สังคมสามารถรับมือและฟื้นตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ นำไปสู่การสร้างเมืองและชุมชนที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอส่งพลังใจและความห่วงใยไปยังผู้ประสบอุทกภัยทุกท่าน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนในยามยากลำบาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือจะคลี่คลายและทุกคนสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

ม.นเรศวร จัดงานสัมมนา Planetary Health มุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานสัมมนาวิชาการ PHNU 2nd Planetary Health Seminar 2025 ภายใต้แนวคิด “From Public Health to Planetary Health: Bridging Science and Society for a Sustainable Future” หรือ “จากการสาธารณสุขสู่สุขภาพพิภพโลก: สะพานเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

กิจกรรมทางวิชาการในครั้งนี้ได้เปิดมุมมองใหม่สู่การพัฒนาสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งมนุษย์และโลกใบนี้ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ

ภายในงานเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้เข้าร่วมที่มาจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งด้านสาธารณสุข การออกแบบเมือง คณิตศาสตร์ ภูมิสารสนเทศ กฎหมายและการพัฒนาสังคม รวมถึงด้านสุขภาพโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนทรรศนะและนำเสนอทางออกที่สร้างสรรค์

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศ หรือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การทำความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศจึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ

กิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเสวนาเข้มข้นว่าด้วยความท้าทายของ Planetary Health ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแบ่งปันประสบการณ์จริงจากวิทยากร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และค้นหาแนวทางรับมือกับวิกฤตการณ์ทางสุขภาพและนิเวศวิทยาในปัจจุบันอย่างเป็นระบบ

ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมกันถกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการแปลงเนื้อหาเชิงวิชาการให้เข้าถึงง่าย อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของสังคมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนิสิต นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้มีทักษะความรู้ที่ทันสมัย สามารถนำแนวคิดด้านสุขภาพพิภพโลกไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนนโยบาย หรือการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ส่งเสริมสุขภาวะของคนในชุมชนควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งจากหน่วยงานวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ

ความสำเร็จของการจัดงานในวันนี้เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน โดยทางคณะผู้จัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเชื่อมโยงระหว่างผู้คน องค์ความรู้ และโลกใบนี้ จะยังคงเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ชูนวัตกรรม “ไก่แก้บน” รักษ์โลกจากวัสดุธรรมชาติ ตอบโจทย์ศรัทธาคู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเปิดตัวมิติใหม่ของ ไก่แก้บน รุ่นใหม่ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการถวายเครื่องสักการะให้มีความเป็นมิตรต่อระบบนิเวศมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมต้นแบบนี้เกิดจากแนวคิดรักษ์โลก เพื่อลดปัญหาขยะจากไก่แก้บนปูนปลาสเตอร์ ที่มักเกิดการแตกหักและไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้กลายเป็นขยะตกค้างและสะสมจำนวนมหาศาลอยู่บริเวณรอบศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้สะท้อนถึงการส่งเสริมรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน โดยไก่แก้บนรุ่นใหม่นี้ปราศจากการใช้สารเคมีในทุกกระบวนการผลิต สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ทิ้งสารตกค้างหรือสร้างมลพิษต่อดินและสภาพแวดล้อมโดยรอบ

การนำวัสดุธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในการประดิษฐ์เครื่องสักการะ ถือเป็นการตอบโจทย์ทั้งในด้านการอนุรักษ์ความเชื่อและความศรัทธาของประชาชน ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในวิถีชีวิตดั้งเดิมให้สอดรับกับการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง

ผลงานดังกล่าวนับเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการนำไปใช้จริง โดยสนับสนุนให้นักวิจัยและบุคลากรนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาบูรณาการสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ที่สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชุมชนและสังคมวงกว้าง

ความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจและบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในการร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาขยะของท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาระบบนิเวศของชุมชนให้มีความสมดุลและเอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี

สำหรับประชาชนและหน่วยงานที่สนใจแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามรับชมรายงานพิเศษแบบเต็มรูปแบบได้ทางรายการ วันใหม่ไทยพีบีเอส (ThaiPBS) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร รณรงค์ความรู้เรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม NU Playground Event: ตลาดนัดหน้าหอใน ระหว่างวันที่ 14–16 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานกิจกรรมหน้าหอพักนิสิต (NU DORM) เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่พักผ่อนและสร้างสรรค์สำหรับนิสิตหลังเลิกเรียน ควบคู่กับการสื่อสารความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้เข้าถึงนิสิตในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

เนื้อหาการรณรงค์มุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพ ตลอดจนชวนให้นิสิตตระหนักถึงความสำคัญของการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และการร่วมกันดูแลพื้นที่ส่วนรวมให้ปลอดจากควันบุหรี่

การสื่อสารผ่านกิจกรรมในพื้นที่หอพักช่วยให้ข้อมูลด้านสุขภาพเข้าถึงกลุ่มนิสิตได้ใกล้ชิด โดยเป็นการสร้างความเข้าใจที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจดูแลสุขภาพของตนเองและเพื่อนรอบข้างได้

ภายในงาน นิสิตสามารถเดินเล่นตลาดนัด เลือกซื้ออาหารและสินค้าหลากหลาย รวมทั้งพักผ่อนกับการแสดง Mini Concert ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนหอพัก

กิจกรรมดังกล่าวจึงเป็น พื้นที่แห่งความสุข พักผ่อน อิ่มท้อง ได้ความรู้ ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิตเข้ากับการเรียนรู้ด้านสุขภาพ และสร้างทางเลือกในการใช้เวลาหลังเลิกเรียนอย่างเหมาะสม

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่ง ส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) กายและใจ ใช้เวลาว่าง ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเข้าถึงนิสิตได้อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนชุมชนมหาวิทยาลัยที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาวะและการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมยิงธนู

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 ชมรม NU Archery Club มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมฝึกทักษะการยิงธนู เปิดโอกาสให้นิสิตที่สนใจได้เข้าร่วมเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ โดยมีทีมสตาฟของชมรมคอยให้คำแนะนำและดูแลความปลอดภัยตลอดกิจกรรม

กิจกรรมยิงธนูช่วยให้นิสิตได้ออกกำลังกายและพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนบน โดยเฉพาะแขน ไหล่ และหลัง ผ่านการฝึกท่ายืน การจับคันธนู การดึงสาย และการปล่อยลูกธนูอย่างถูกวิธี

การฝึกปฏิบัติยังช่วยพัฒนาสมาธิ ความละเอียดรอบคอบ และการประสานงานระหว่างมือกับสายตา นิสิตจึงได้เรียนรู้การกำหนดเป้าหมาย การวางแผน และการปรับทักษะของตนเองจากประสบการณ์จริง

การยิงธนูต้องอาศัยความมีวินัยและการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด กิจกรรมจึงช่วยปลูกฝังความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันภายในชมรม

ในด้านสุขภาวะจิตใจ กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้พักจากภารกิจการเรียน ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน และจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ช่วยให้ มีสมาธิ ผ่อนคลาย และนอนหลับสบาย ลดความตึงเครียดในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่สนับสนุนให้นิสิตพัฒนาทักษะ ความสนใจ และศักยภาพของตนเอง ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนนิสิต และการมีส่วนร่วมในชุมชนมหาวิทยาลัย

กิจกรรมนี้ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และยังช่วยในการควบคุมอารมณ์และคลายเครียด เป็นการสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกาย และสุขภาพใจของนิสิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร สนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ไร่อ้อย จ.กำแพงเพชร เสริมการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2568 สถานพัฒนามาตรฐานและการรับรอง (OASSAR) มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ให้บริการวิชาการ ณ พื้นที่ไร่อ้อยบริเวณใกล้ฐานผลิต ตำบลโนนพลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเอส 1 ของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด โดยมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการเก็บตัวอย่างภาคสนามอย่างเป็นระบบ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำปรึกษาด้านการเก็บตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการบริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนัชสัณห์ พูนไพบูลย์พิพัฒน์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา ภาณุมนต์วาที ผู้จัดการวิชาการด้านเคมีสิ่งแวดล้อม ดร.เกศินี เอี่ยมสะอาด ผู้จัดการวิชาการด้านเคมี ตลอดจนนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นางสาวปิยธิดา อินทฤทธิ์ และนางสาวนัทฐาภรณ์ เฮือนตัน ซึ่งร่วมปฏิบัติงานภาคสนามและให้คำแนะนำด้านวิชาการอย่างใกล้ชิด

คณะผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการเก็บตัวอย่าง การจัดการตัวอย่าง การควบคุมคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์ และแนวทางการประเมินข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

การบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร เคมี และเคมีสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ผ่านการให้บริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การดำเนินงานยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาแนวทางการติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการติดตามและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการบริหารจัดการ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดตลาดสุขเสลา “สุข อย่าง Pride” สร้างพื้นที่แห่งความหลากหลาย

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “ตลาดสุขเสลา” ภายใต้แนวคิด “สุข อย่าง Pride” ณ สวนเสลา หน้าอาคารวิสุทธิกษัตริย์ ระหว่างวันที่ 26–27 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00–21.00 น.

กิจกรรมจัดขึ้นเพื่อ ฉลองเดือน Pride และเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความหลากหลาย ภายใต้บรรยากาศแห่งรอยยิ้ม ความรัก ความเข้าใจ และการเคารพศักดิ์ศรีของทุกคน

ภายในงานมีร้านอาหารและ Food Truck งานคราฟต์ ผักและต้นไม้ รวมถึงกิจกรรมจากหน่วยงานและผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่ม ช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนและการใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

กิจกรรม “สุข อย่าง Pride” ประกอบด้วยการเขียนโปสการ์ดส่งต่อความภาคภูมิใจในกิจกรรม Pride Beyond การวาดหินสีรุ้งแห่งความหลากหลาย และมุมถ่ายภาพ “Pride Wall” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมถ่ายทอดมุมมองและเรื่องราวของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดนตรีในสวนเพื่อสร้างความผ่อนคลาย และกิจกรรม Night at the Museum: งดงาม ซึ่งเชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมเข้ากับพื้นที่สาธารณะของมหาวิทยาลัย

ตลาดสุขเสลาจึงเป็นอีกพื้นที่ที่ ส่งเสริมให้นิสิตใช้เวลาว่าง กับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ได้พักผ่อน พบปะ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการยอมรับความแตกต่าง

มหาวิทยาลัยนเรศวรสนับสนุนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับทุกคน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และสังคมมหาวิทยาลัยที่เคารพความหลากหลายอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ชวนชมนิทรรศการ “How to ทิ้ง(ยา)” มุ่งสร้างความตระหนักรู้จัดการยาเหลือใช้เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดนิทรรศการให้ความรู้ภายใต้ชื่อโครงการ “How to ทิ้ง(ยา)”หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร อาคารวิสุทธิกษัตริย์ ชั้น 2 เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมเกี่ยวกับการจัดการเวชภัณฑ์อย่างถูกต้อง

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ในช่วงปิดเทอม โดยผู้เข้าร่วมสามารถเดินชมการจัดแสดงเนื้อหา ถ่ายภาพกับมุมต่าง ๆ ที่สวยงาม พร้อมทั้งเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ยาเหลือใช้ ที่หลายคนอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน ปัญหาขยะทางการแพทย์ในระดับครัวเรือนกำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากการกำจัดยาเหลือใช้ที่ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสารเคมีจากยาที่เสื่อมสภาพเมื่อปนเปื้อนลงสู่ผืนดินและแหล่งน้ำจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาว

การจัดแสดงเนื้อหาภายในงานจึงมุ่งเน้นการให้สาระความรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน เพื่อส่งเสริม รูปแบบการบริโภคและการจัดการผลิตภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอันตราย ถือเป็นรากฐานของการลดปริมาณของเสียตั้งแต่ต้นทางและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

การจัดการยาเหลือใช้อย่างเป็นระบบยังช่วยยกระดับความปลอดภัยให้แก่ส่วนรวม การลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิด เมืองและชุมชนที่ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีความสามารถในการรับมือกับมลพิษทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

โครงการรณรงค์และนิทรรศการนี้ขับเคลื่อนโดยความมุ่งมั่นของทีมนิสิตและคณาจารย์ นำโดย นิสิตเภสัชศาสตร์ ประภาศิริ ทีอุทิศ ประธานโครงการ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก. ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่แห่งการเรียนรู้เพื่อรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษ์โลกนี้ได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการจัดการยาที่ถูกต้องผ่านทางอินสตาแกรม psat.pharmasea เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมระดับครัวเรือนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการ PharmaSea Project จัดการยาเหลือใช้ในชุมชนอย่างเป็นระบบ

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “การจัดการยาเหลือใช้ในชุมชนอย่างเป็นระบบ (PharmaSea Project)” ณ เทศบาลตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

การดำเนินโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการกำจัดยาอย่างถูกวิธี ลดปัญหายาเหลือใช้ในครัวเรือน และส่งเสริมความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดูแลสุขภาวะของชุมชนให้มีความเข้มแข็ง

ปัญหาการทิ้งยาอย่างไม่ถูกต้องส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและอาจก่อให้เกิดสารปนเปื้อนในระบบนิเวศ โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการจัดการขยะอันตรายอย่างยั่งยืน และรณรงค์ให้เกิดรูปแบบการบริโภคและการใช้ยาอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมเชิงรุกที่มุ่งหวังให้เกิดการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยมีการรับคืนยาเหลือใช้จากชาวบ้าน และการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเพื่อมอบของใช้จำเป็น ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านการดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตในระดับชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเอง การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาชน เพื่อสร้างเกราะป้องกันด้านสุขอนามัยที่ดีให้แก่สังคม

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง หัวหน้าโครงการ ตลอดจนคณาจารย์ นิสิต และบุคลากร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยมี นายพิสิษฐ์ วิระขันคำ นายอำเภอวัดโบสถ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมเกิดจากความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก พ.ต.อ.วิสุทธิ์ คล้ายแสง สภ.วัดโบสถ์ คุณอรพินท์ กันไทย โรงพยาบาลวัดโบสถ์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทศบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายจิตอาสากว่า 100 คน ที่ร่วมกันสะท้อนพลังความสามัคคีในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมสถานกงสุลอินเดีย จัดวันโยคะสากล ครั้งที่ 11 ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่สมดุล

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับสถานกงสุลอินเดีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “วันโยคะสากล ครั้งที่ 11 (11th International Day of Yoga)” ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และได้รับเกียรติจาก นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน

กิจกรรมวันโยคะสากลจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ศาสตร์โยคะเป็นแนวทางในการสร้างความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาคมมหาวิทยาลัย

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมฝึกปฏิบัติโยคะและเทคนิคการหายใจที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ พร้อมช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงานและการเรียน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน

การฝึกโยคะยังมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล เสริมสร้างสมาธิ และช่วยให้จิตใจสงบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน อันเป็นแนวทางสำคัญในการ ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่สมดุล

นอกจากการส่งเสริมสุขภาพของผู้เข้าร่วมแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนความร่วมมืออันดีระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับสถานกงสุลอินเดีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวัฒนธรรม ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ประชาคมมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ศาสตร์การดูแลสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ผ่านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพจิต และการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้และกิจกรรมที่เอื้อต่อการสร้างสังคมมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ มีความสุข และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดงานวันโยคะสากล ครั้งที่ 11 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะ และการพัฒนาวิถีชีวิตที่สมดุลของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยมุ่งหวังให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุขและยั่งยืนต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin