ม.นเรศวร ส่งเสริมการศึกษาและสร้างโอกาสการจ้างงานด้านสุขภาพ มอบทุนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต 80 ทุน ประจำปี 2568

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์ ประกาศรับสมัครนิสิตเพื่อขอรับ ทุนสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 80 ทุน เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่นิสิตที่มีความตั้งใจศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ และเพื่อเสริมสร้างกำลังคนคุณภาพในสายอาชีพด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

การจัดสรรทุนการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมด้านการศึกษา พัฒนาศักยภาพของนิสิตให้มีความรู้และทักษะทางวิชาชีพที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจให้นิสิตมุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จการศึกษา และสามารถประกอบอาชีพในสายงานสุขภาพได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ ยังเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศ

ทุนการศึกษานี้มีมูลค่า ทุนละ 40,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนิสิตและครอบครัว โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึง วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2568 และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อรับทุนใน วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2568

คุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องเป็นนิสิตที่กำลังศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยนเรศวร มีความประพฤติเรียบร้อย ตั้งใจศึกษา ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด และต้องไม่เคยได้รับทุนซ้ำซ้อนกับทุนอื่น รวมถึงต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองในการสมัครขอรับทุน

ระยะเวลาในการให้ทุน แบ่งตามชั้นปีของนิสิต ดังนี้

  1. นิสิตชั้นปีที่ 1 ระยะเวลาการให้ทุนไม่เกิน 4 ปี
  2. นิสิตชั้นปีที่ 2 ระยะเวลาการให้ทุนไม่เกิน 3 ปี
  3. นิสิตชั้นปีที่ 3 ระยะเวลาการให้ทุนไม่เกิน 2 ปี
  4. นิสิตชั้นปีที่ 4 ระยะเวลาการให้ทุนไม่เกิน 1 ปี

นอกจากนี้ ยังมีการรับสมัครนิสิตเพิ่มเติมจำนวน 70 ทุนสำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1 และ 10 ทุนสำหรับนิสิตชั้นปีอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 80 ทุน โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษา หากมีผลการเรียนและพฤติกรรมเป็นไปตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

การมอบทุนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจสำคัญของ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังคนเพื่อรองรับความต้องการในภาคสาธารณสุข ซึ่งจะนำไปสู่ การเกิดการจ้างงานในสายงานด้านสุขภาพ อย่างต่อเนื่องในอนาคต

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนทางการศึกษา การสร้างโอกาสในการทำงาน และการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งสร้างผลลัพธ์ทางสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถสมัครขอรับทุนด้วยตนเอง และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 5596 7939

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมแบ่งปันข้าวไข่เจียว น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2567 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับจิตอาสา จัดกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ภายใต้แนวคิด “แบ่งปันและยั่งยืน” โดยจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดให้แก่นิสิตและผู้เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยการแจกข้าวไข่เจียว ส้มตำ และอาหารพร้อมเครื่องดื่มอื่น ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปันและส่งเสริมความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสังคม นิสิตทุกคนได้รับเชิญให้มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน

นอกจากการรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว กิจกรรมยังส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงการลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเชิญชวนนิสิตนำภาชนะส่วนตัวมาร่วมกิจกรรม เพื่อสนับสนุนแนวทางการลดขยะพลาสติก

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิสิต มหาวิทยาลัย และจิตอาสา โดยการร่วมแรงร่วมใจในการจัดเตรียมอาหารและบริการให้กับเพื่อนนิสิต สร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและความร่วมมือ

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานิสิตในด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีการจัดการอาหารอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสียอาหาร และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยสร้างความตระหนักในเรื่องความมั่นคงทางอาหารและการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ สำหรับนิสิตทุกคน ถือเป็นการสร้างเสริมทักษะการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

NU SEED ม.นเรศวร นำทีมผู้ประกอบการ Startup ร่วมการประชุมติดตามและประเมินผลการบ่มเพาะวิสาหกิจภาคเหนือตอนล่าง

วันอังคารที่ 15 – วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SEED) นำโดย ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยบุคลากรงานบ่มเพาะธุรกิจ ได้นำทีมผู้ประกอบการ Startup 2 ราย และ Pre-incubation 3 ราย เข้าร่วมการประชุมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา เครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง รอบ 24 เดือน ณ ห้องประชุมเทาแสด อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และมีนายนรินทร์ พสุนธราธรรม เป็นประธานกรรมการประเมินฯ โดยมีมหาวิทยาลัยในเครือข่ายภาคเหนือตอนล่างเข้าร่วมทั้งสิ้น 6 สถาบัน

ภายในงานยังมีคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานร่วมประเมิน อาทิ กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.), โครงการบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (กปว.), ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน รวมทั้งผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

การเข้าร่วมของผู้ประกอบการภายใต้การดูแลของ NU SEED แบ่งเป็น Startup 2 ราย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์ และผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว และ Pre-incubation 3 ราย ได้แก่ บริการติดตั้งและออกแบบโซล่ารูฟท็อป ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงน้ำนมแม่ และผลิตภัณฑ์บริการการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายและศักยภาพของธุรกิจที่อยู่ระหว่างการบ่มเพาะ

การประชุมติดตามและประเมินผลในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยสะท้อนความก้าวหน้าของกระบวนการบ่มเพาะธุรกิจในมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการพัฒนานวัตกรรมและการสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูง

การนำผู้ประกอบการเข้าร่วมเวทีประเมิน ยังเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริม Startup ให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้รับคำแนะนำเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ และสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายธุรกิจในอนาคต ตอกย้ำบทบาทของ NU SEED ในการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่พร้อมแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรมในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่าง ให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี

NU SEED ยังคงยึดมั่นในพันธกิจการเป็นศูนย์กลางการบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรม เพื่อสร้างผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ ใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ และพร้อมเติบโตไปสู่ความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ม.นเรศวร ขอเรียกร้องให้ต่อต้านบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า สร้างสังคมปลอดบุหรี่เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ขอประกาศแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องให้ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งคัดค้านการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

การต่อสู้กับการสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภารกิจที่สำคัญในการส่งเสริม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG Goal 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งหวังให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ และลดปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ รวมถึงการป้องกันการสูบบุหรี่ที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ

อันตรายจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารเคมีอันตรายมากมาย แม้ว่าจะมีการโฆษณาว่ามีความปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่การศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้ายังมีสารที่เป็นพิษที่สามารถก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ร้ายแรง การใช้บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยสุขภาพใหม่ที่มีการแพร่ระบาดในหมู่เยาวชนและวัยรุ่น ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาและอนาคตของสังคม

การคัดค้านการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยนเรศวรขอคัดค้านการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะการที่มีข้อเสนอในการอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในบางกรณี เนื่องจากการยกเลิกการแบนจะทำให้การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับเยาวชนและกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อการเสพติด เพิ่มโอกาสในการเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนโดยไม่จำเป็น และขัดแย้งกับความพยายามในการลดภาระจากโรคที่สามารถป้องกันได้ในระบบสาธารณสุขของประเทศ

การสนับสนุนความร่วมมือและการรณรงค์เพื่อสุขภาพที่ดี มหาวิทยาลัยนเรศวรขอสนับสนุนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และบุคคลทั่วไป เพื่อร่วมกันต่อสู้และรณรงค์เพื่อลดการบริโภคบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านการจัดกิจกรรมสร้างความรู้ให้แก่ประชาชน รวมถึงการสนับสนุนมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการผลิต การจำหน่าย และการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่น

นอกจากนี้ยังควรมีการสนับสนุนการเข้าถึงการเลิกบุหรี่และการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดบุหรี่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างเข้มงวด ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่และลดภาระโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในประเทศ

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวรจะดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ให้แก่คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับผลกระทบของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการจัดทำโครงการสุขภาพที่สนับสนุนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดชนิดนี้ โดยผ่านการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาทางการแพทย์แก่ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่

ม.นเรศวร นำนิสิตศึกษาชายแดนตาก เรียนรู้สังคม เศรษฐกิจ และความร่วมมือข้ามพรมแดน

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2567 คณาจารย์และนิสิตในรายวิชาชายแดนศึกษา หลักสูตรการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล และอาจารย์กฤษณะ โชติสุทธิ์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ อำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจสภาพสังคม เศรษฐกิจ และความร่วมมือข้ามพรมแดนในพื้นที่จริง

ในวันแรก คณะศึกษาดูงานได้เข้ารับฟังการบรรยายเกี่ยวกับ การทำงานของแม่ตาวคลินิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ทั้งสองฝั่งชายแดน โดยเฉพาะการ ส่งเสริมให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและการแพทย์ข้ามพรมแดน ที่มุ่งเน้นการดูแลกลุ่มประชากรเปราะบาง จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาการค้าชายแดนบริเวณแม่น้ำเมย และระบบขนส่งสินค้าที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2

ในวันที่สอง คณะได้เข้าศึกษาการจัดการศึกษาแก่เยาวชนไร้สถานะที่ ศูนย์การเรียนรู้ซูแมคี (Thoo Mweh Khee Learning Center) อำเภอพบพระ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมทั้งลงพื้นที่สังเกตการณ์การควบคุมชายแดนและการเคลื่อนย้ายของผู้คนและสินค้าที่บ้านหมื่นฤาชัยและบ้านวาเล่ย์ เพื่อเข้าใจความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับชายแดนอย่างรอบด้าน

ในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปที่บ้านยะพอหรือบ้านเพาะช้าง เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาการเลี้ยงช้างของชาวกะเหรี่ยงที่สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างสมดุลและยั่งยืน จากนั้นได้ไปศึกษาการพัฒนาการท่องเที่ยวที่โค้ง 33 บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพใหม่ในการสร้างรายได้แก่ชุมชนชายแดน

ในวันสุดท้าย คณะศึกษาดูงานได้เข้าชมการ ค้าขายวัวที่ตลาดวัวโพธิ์ทอง ตำบลแม่ปะ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และยังคงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจชายแดน ก่อนจะปิดท้ายการศึกษาดูงานที่ตลาดริมเมย และจุดผ่านแดนถาวรที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เพื่อเรียนรู้ภาพรวมของการค้าข้ามแดนและบรรยากาศเศรษฐกิจชายแดนอย่างใกล้ชิด

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ได้เปิดมุมมองใหม่แก่นิสิต ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการสาธารณสุข ในพื้นที่ชายแดน ตลอดจนความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล

ที่สำคัญ การเรียนรู้นอกห้องเรียนครั้งนี้ยังเป็น การสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิต ตระหนักถึงปัญหาตามแนวชายแดน และเล็งเห็นบทบาทที่ตนเองสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยเฉพาะด้าน การให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและการแพทย์ข้ามพรมแดน ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทั้งจิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน

ม.นเรศวร ผนึกความร่วมมือภาคธุรกิจ ขับเคลื่อนสังคมสีเขียวด้วยการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ

วันที่ 3 ตุลาคม 2567

กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมการคัดแยกขยะเพื่อเข้าร่วมแข่งขัน Green University “ทิ้งเทิร์น ให้โลกจำ Upvel 2” จัดขึ้นโดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ AIS โดยมี นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต พร้อมด้วยบุคลากรกองกิจการนิสิต เข้าร่วมกิจกรรม ณ หอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการลดขยะและการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ผ่านภารกิจการคัดแยกและเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล AIS E-Waste+

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างจิตสำนึกที่สำคัญให้แก่นิสิตและบุคลากร มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะในมหาวิทยาลัย แต่ยังช่วยสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนและสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนรอบข้างได้

แพลตฟอร์ม AIS E-Waste+ มีบทบาทสำคัญในการทำให้การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มีความเป็นระบบและสามารถตรวจสอบได้จริง เป็นการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน การร่วมมือเช่นนี้ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการทรัพยากรและป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไม่ถูกวิธี

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง ผ่านการทิ้งขวดน้ำพลาสติกตามขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อสะสมข้อมูลเข้าสู่ระบบการแข่งขัน “ทิ้งเทิร์น ให้โลกจำ Upvel 2” โดยมี 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. ถ่ายรูปขวดน้ำ (กี่ขวดก็ได้)
  2. เข้าระบบกรอกข้อมูล
  3. แนบรูปถ่ายจากข้อ 1 แล้วกดร่วมกิจกรรม

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน ทุกคนสามารถตรวจสอบจำนวนขวดน้ำที่ตนเองได้ร่วมทิ้ง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมมากขึ้น พร้อมทั้งร่วมผลักดันให้มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือ “มอนอ” ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านความยั่งยืนในระดับประเทศ ภายใต้โครงการ Green University

การมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรในครั้งนี้ ยังเป็นการเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงระบบ การเห็นคุณค่าของความร่วมมือ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ในเชิงกลยุทธ์ กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยขยายการรับรู้ในวงกว้างถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และความสำคัญของการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง นับเป็นการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือ และสามารถต่อยอดไปสู่โครงการอื่น ๆ ในอนาคต

ท้ายที่สุด การจัดกิจกรรมคัดแยกขยะและการเข้าร่วมแข่งขัน Green University “ทิ้งเทิร์น ให้โลกจำ Upvel 2” ไม่เพียงแต่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่มหาวิทยาลัยนเรศวรเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของการร่วมมือในการลดขยะและการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ที่จะช่วยสร้างรากฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้มีความยั่งยืนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ม.นเรศวร เปิดหอศิลป์ จัดนิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ และศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิด นิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 68 และ นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 39 ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในศิลปะสมัยใหม่ ตลอดถึงส่งเสริมให้มีการแสดงศักยภาพผลงานศิลปะให้มีคุณภาพสูง

นิทรรศการแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ จิตรกรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม รวมทั้งสิ้น 64 ชิ้นงาน เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 16 กันยายน – 27 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อให้ประชาชน นักศึกษา และผู้สนใจด้านศิลปะเข้าถึงผลงานได้อย่างกว้างขวาง

การจัดนิทรรศการครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ยกระดับการศึกษาและการเรียนรู้ด้านศิลปะ โดยเปิดพื้นที่หอศิลป์เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งสำหรับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และช่วยปลูกฝังความเข้าใจเชิงลึกต่อศิลปะสมัยใหม่

การสนับสนุนการจัดแสดงผลงานของศิลปินรุ่นเยาว์ยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างศิลปินต่างรุ่น ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่กำลังพัฒนาทักษะด้านศิลปะ นับเป็นการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรสร้างสรรค์รุ่นใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

ด้านการพัฒนาเมืองและชุมชน การเปิดหอศิลป์ให้ประชาชนเข้าชมฟรีในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง ช่วยสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้าถึงงานศิลป์อย่างทั่วถึง ทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นศูนย์กลางทางศิลปะที่มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ การจัดนิทรรศการยังสะท้อนถึง การบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านศิลปะ และชุมชน เพื่อสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเป็นแบบอย่างของการใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง

นิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ และนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นทั้งเวทีเผยแพร่ศิลปะคุณภาพสูง และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างสังคมแห่งความรู้และความยั่งยืนในอนาคต

NU PLAYGROUND: ตลาดสีเขียวเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรม NU PLAYGROUND ขึ้น ณ ลาน Playground หอในมอนอ โดยมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความสร้างสรรค์สำหรับนิสิตและบุคลากร พร้อมทั้งมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักเรื่องการจัดการขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการจัด โซนตลาดสีเขียวเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่นำเสนอสินค้าท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และสินค้าที่ผลิตโดยนิสิตซึ่งเน้นการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ตลาดสีเขียวยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และพฤติกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมของนิสิตกับชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมใช้ภาชนะส่วนตัวเพื่อช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาขยะ โดยเปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการจัด เวิร์กช็อปและการเสวนา เกี่ยวกับการลดขยะและการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

การจัดงานได้รับการสนับสนุนจากหลายชมรมภายในมหาวิทยาลัย อาทิ ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชมรมจิตอาสา และชมรมอื่น ๆ ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรม เช่น การรีไซเคิลขยะ การใช้พลังงานทางเลือก และการปลูกต้นไม้ในพื้นที่มหาวิทยาลัย กิจกรรมเหล่านี้มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังสร้างจิตสำนึกความสามัคคีและความรับผิดชอบร่วมกันในหมู่นิสิต

การดำเนินงาน NU PLAYGROUND แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการ แนวคิดสิ่งแวดล้อมเข้ากับวิถีชีวิตของนิสิตและบุคลากร ไม่เพียงแต่ในระดับกิจกรรม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนามหาวิทยาลัยในภาพรวมสู่ความยั่งยืน

โครงการนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดของเสีย ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาสังคมเมืองที่ยั่งยืนและปลอดขยะ โดยมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนในวงกว้าง

NU PLAYGROUND จึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมหรือตลาดทั่วไป แต่เป็นเวทีเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะจริง เสริมสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นแรงขับเคลื่อนสู่การสร้าง สังคมสีเขียวและยั่งยืน ซึ่งมหาวิทยาลัยนเรศวรตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการประกวดนวัตกรรม “ขยะทำเงิน”

วันอังคารที่ 24 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการประกวดผลงานการพัฒนานวัตกรรม “ขยะทำเงิน” ณ โถง ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะการนำเสนอและการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ของนิสิต ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำขยะกลับมาเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์ได้จริง

โครงการนี้เปิดพื้นที่ให้กับนิสิตในการแสดงศักยภาพด้านการพัฒนาไอเดียที่ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การนำขวดพลาสติก ฝาขวดพลาสติก เศษผ้า ถุงขนมพลาสติก และกระป๋องน้ำอัดลม มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือแม้แต่การนำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากขยะอินทรีย์มาใช้ในการดูแลต้นไม้ ซึ่งล้วนเป็นการใช้ทรัพยากรที่เหลืออย่างคุ้มค่า

การประกวดครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม แต่ยังเป็นเวทีในการฝึกฝนทักษะสำคัญของนิสิต เช่น การสื่อสารเชิงวิชาการ การคิดเชิงวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการเรียน การทำงาน และการพัฒนาสังคมในอนาคต

การนำขยะมาเพิ่มมูลค่ายังช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทิ้งอย่างไม่ถูกวิธี อีกทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยนเรศวรสู่การเป็นสถาบันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการ “ขยะทำเงิน” ยังเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่หลายคนมองว่าไร้ค่า และสามารถพลิกแนวคิดมาสร้างรายได้หรือสร้างประโยชน์ใหม่ได้ นับเป็นการบ่มเพาะวิธีคิดด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ โครงการยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนิสิตที่มีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านการจัดการขยะและการสร้างนวัตกรรมสีเขียว ซึ่งสามารถขยายผลต่อยอดไปสู่กิจกรรมและโครงการในระดับที่กว้างขึ้น

การจัดโครงการประกวดผลงาน “ขยะทำเงิน” จึงเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการบูรณาการความรู้และการปฏิบัติจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของนิสิต เพื่อก้าวไปสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร บูรณาการการเรียนการสอน ผ่านโครงการ “Colors of Equality สีสันต์แห่งความเท่าเทียม”

วันพุธที่ 18 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การดำเนินงานของ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ได้จัดโครงการ “สาระพัฒน์เพื่อสังคมที่ยั่งยืนปีที่ 1” ภายใต้หัวข้อ “Colors of Equality สีสันแห่งความเท่าเทียม” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุดมพร ธีระวิริยะกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาคุณภาพการศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เกิด การศึกษาที่มีคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ ควบคู่กับการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาและโอกาสในการพัฒนาได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศ วัย หรือภูมิหลังทางสังคม

ภายในโครงการมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การประกวดคลิปสั้นบนแพลตฟอร์ม TikTok ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศผ่านสื่อดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายและทันสมัย กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร แต่ยังเป็นเวทีในการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับบริบทของคนรุ่นใหม่

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ แฟชั่นโชว์แนวคิด Gender Neutral Style ที่สะท้อนถึงการยอมรับความแตกต่างและ เสริมความหลากหลายทางเพศ ให้เป็นที่ยอมรับในสังคม การแสดงออกผ่านการแต่งกายโดยไม่จำกัดเพศสภาพช่วยสร้างความเข้าใจในมิติของสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคในเชิงวัฒนธรรม

นอกจากนั้นยังมีการจัดกิจกรรมตอบปัญหาเชิงความรู้และบูธกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ความเท่าเทียมทางเพศ และ การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันในกลุ่ม สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงานในอนาคต

ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับทั้งองค์ความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในการศึกษา การออกแบบนโยบาย และการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสร้างความเท่าเทียมในระดับสังคม ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะผู้นำด้าน การศึกษาที่มีคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการเปิดกว้างและการเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

โครงการ “Colors of Equality” ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม ความเสมอภาคทางเพศ ควบคู่ไปกับการสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างเท่าเทียม เป็นก้าวสำคัญของการผลักดันให้เกิดสังคมที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งในด้านวิชาการและด้านสังคม

กิจกรรมนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความรู้เชิงทฤษฎี แต่ยังเป็นการปลูกฝังทักษะและทัศนคติที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและเคารพในความหลากหลาย ตอกย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นผู้นำทางวิชาการที่เชื่อมโยง การศึกษาที่มีคุณภาพ เข้ากับการสร้างสังคมที่ให้คุณค่าแก่ความเสมอภาค และ เสริมความหลากหลายทางเพศ อย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin