ม.นเรศวร เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์และโซลาร์ลอยน้ำ ชูพลังงานสะอาดสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาอาคารต่าง ๆ และ แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้ พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำมากกว่า 3,200 แผ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะแรกที่มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop บนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย

การเลือกใช้เทคโนโลยี แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผิวน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างคุ้มค่า ลดการใช้พื้นที่บนดิน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.24 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นศักยภาพที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยแหล่งน้ำสำคัญ อาทิ สระเอกกษัตรี สระมณีรัตนา สระบรมดิลก สระสุริโยทัย สระสองกษัตริย์ และสระสุพรรณกัลยา ล้วนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการผลิตพลังงานทางเลือกที่สามารถสร้างความสมดุลระหว่างการใช้พื้นที่ภูมิทัศน์และการผลิตไฟฟ้า

การประยุกต์ใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยได้อย่างมหาศาล แต่ยังเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ โลกในระยะยาว

มหาวิทยาลัยได้วางแผนบูรณาการ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ากับระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร เพื่อติดตามและควบคุมภาระโหลดไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทางเลือกนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ในระยะยาว ทำให้สามารถนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคม

ม.นเรศวร นำเสนอแนวทางรองรับพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าไทย ณ การประชุม East Asia Summit New Energy Forum

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลินี แก้วปัญหา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรทิพย์ เม่นสิน อาจารย์ประจำ SGtech มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการประชุม The 11th East Asia Summit New Energy Forum ระหว่างวันที่ 11–12 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ในการประชุม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลินี แก้วปัญหา นำเสนอหัวข้อ “Assessment report of future impacts and mitigation measures of high VRE share in Thailand distribution grid” ซึ่งกล่าวถึงการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อระบบจำหน่ายไฟฟ้าของประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแบบแปรผันเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนแนวทางลดผลกระทบที่เกี่ยวข้อง

พลังงานหมุนเวียนแบบแปรผัน หรือ Variable Renewable Energy (VRE) หมายถึงพลังงานจากแหล่งผลิตที่ปริมาณไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์และลม การเพิ่มสัดส่วนพลังงานประเภทนี้ในระบบไฟฟ้าจึงต้องพิจารณาทั้งศักยภาพในการผลิตและความสามารถของระบบในการรองรับความผันผวน เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

การนำเสนอประเด็นดังกล่าวช่วยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ เสถียรภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า และการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้พลังงานหมุนเวียนในอนาคต ข้อมูลจากการประเมินผลกระทบสามารถใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เมื่อการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมีบทบาทมากขึ้น

ภายหลังการประชุม คณะผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เยี่ยมชม ฟาร์มกังหันลมของ CGN New Energy Holdings Co., Ltd. เพื่อศึกษาการดำเนินงานและแนวปฏิบัติด้านพลังงานหมุนเวียน การเยี่ยมชมพื้นที่จริงช่วยให้เห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากลม และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ปฏิบัติงานในภาคพลังงาน

การเข้าร่วมประชุมและศึกษาดูงานครั้งนี้สนับสนุนการเชื่อมโยง งานวิจัยด้านพลังงาน กับประสบการณ์การดำเนินงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับภูมิภาคยังช่วยเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยนเรศวรพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการด้าน พลังงานหมุนเวียนและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดการศึกษาและวิจัย ตลอดจนสนับสนุนแนวทางการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร พัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า ส่งเสริมอาหารปลอดภัย ใส่ใจโภชนาการและการจัดการอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัด โครงการพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่ผู้ประกอบการอาหารและผู้สัมผัสอาหารภายในมหาวิทยาลัย โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมขวัญเมือง 2 และบริเวณโถงอาคารขวัญเมือง ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนามาตรฐานร้านค้าให้ถูกสุขลักษณะ พร้อมส่งเสริมการให้บริการอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การอบรมได้รับความอนุเคราะห์จาก ทีมวิทยากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร โดยเน้นแนวปฏิบัติในการเตรียม การปรุง และการเก็บรักษาอาหารสำหรับผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหาร ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานสาธารณสุขช่วยเชื่อมโยงหลักวิชาการกับการดำเนินงานของร้านค้า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงการให้บริการได้อย่างเหมาะสม

ความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพนิสิตและบุคลากร การจัดการร้านค้าอย่างถูกสุขลักษณะจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การดูแลพื้นที่เตรียมอาหาร ภาชนะและอุปกรณ์ ไปจนถึงสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน การใส่ใจในแต่ละขั้นตอนช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการร้านค้าภายในมหาวิทยาลัยเป็นประจำ

ควบคู่กับสุขาภิบาลอาหาร การพัฒนาร้านค้ายังให้ความสำคัญกับ หลักโภชนาการและการแนะนำด้านโภชนาการตามแนวทาง “ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม” ผู้ประกอบการสามารถปรับปริมาณน้ำตาล น้ำมัน และเครื่องปรุงรสเค็มให้เหมาะสม พร้อมเพิ่มทางเลือกของเมนูที่มีผักและวัตถุดิบหลากหลาย การพัฒนาเมนูโดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการช่วยให้นิสิตและบุคลากรเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเลือกบริโภคได้เหมาะกับความต้องการของตน

เนื้อหาการอบรมยังครอบคลุม การจัดหาอาหารและวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ รวมถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การวางแผนจัดซื้อให้สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่าย การเก็บรักษาอย่างเหมาะสม และการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์ เป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้เพื่อลดการสูญเสียอาหารและบริหารต้นทุนของร้านค้าได้

การบริหารร้านค้าอย่างยั่งยืนยังครอบคลุม การปฏิบัติต่อคนงานอย่างเท่าเทียมและความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนการพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม การดูแลผู้ปฏิบัติงานควบคู่กับการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมช่วยให้การพัฒนาร้านค้าคำนึงถึงทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค ขณะที่การจัดการทรัพยากรอย่างรอบคอบเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบจากการดำเนินงานต่อพื้นที่โดยรอบ

โครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมสวัสดิภาพนิสิตและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ผ่านความร่วมมือระหว่างกองกิจการนิสิต หน่วยงานสาธารณสุข และผู้ประกอบการ การนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินงานประจำวันจะช่วยพัฒนาร้านค้าให้มีมาตรฐาน ทั้งด้านความสะอาด ความปลอดภัย โภชนาการ และการจัดการทรัพยากร เพื่อให้ประชาคมมหาวิทยาลัยเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศ หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนระดับชาติ

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรผู้ทรงเกียรติในงานสัมมนาเชิงวิชาการ ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร

การสัมมนาเชิงวิชาการในครั้งนี้จัดขึ้นโดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงาน และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อรองรับอนาคตของพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ

ภายในงานดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน ได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อสำคัญเรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน: นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฏิบัติ และการควบคุม”

นอกจากนี้ ยังได้เจาะลึกการบรรยายในหัวข้อ “แนวคิดการออกแบบและประยุกต์ใช้งานระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) กับพลังงานทดแทนสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศ” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ทันสมัย

บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีวิชาการระดับชาตินี้ ยังสะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกในการ ให้ข้อมูลหรือสนับสนุน ภาครัฐในการพัฒนานโยบายพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศ

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับความร่วมมือในทุกระดับ ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับประเทศ ตลอดจนความร่วมมือระดับสากล ผ่านกลไกการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานสะอาด (Clean energy policy development) และการส่งเสริมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง (Energy-efficient technology)

ความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Local, regional, national and global cooperation) จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนภาครัฐ พัฒนานโยบาย และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

ม.นเรศวร พัฒนาศักยภาพทันตแพทย์ด้านการดูแลผู้มีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงจิตติมา พุ่มกลิ่น พร้อมด้วยอาจารย์ทันตแพทย์หญิงธัญญพัทธ์ อิงบุญมีสกุล จากโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการอบรมเพื่อปรับปรุงองค์ความรู้กับสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย ณ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

การอบรมจัดขึ้นในหัวข้อ “Better Breathing, Better Sleep with Oral Appliance Therapy” และการบรรยายพิเศษ “Beyond Smiles… Caring for Sleep” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับบทบาทของทันตแพทย์ในการดูแลผู้มีปัญหาการนอนหลับ

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการดูแลผู้ที่มีภาวะนอนกรน และภาวะนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

องค์ความรู้สำคัญส่วนหนึ่งคือการใช้ Oral Appliance Therapy หรืออุปกรณ์ในช่องปากเพื่อช่วยปรับตำแหน่งขากรรไกรล่าง (Mandibular Advancement Device) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้และดุลยพินิจของทีมผู้เชี่ยวชาญ

การดูแลผู้มีภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างทันตแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจากการหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อประเมิน วางแผน และติดตามผลการดูแลอย่างครอบคลุม

การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีคุณภาพ

ม.นเรศวร ลุยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังมุ่งเน้นการ ปรับปรุงอาคารเดิม ให้มีประสิทธิภาพพลังงานสูงขึ้น เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดสอดคล้องกับเกณฑ์การประหยัดพลังงาน และลดการสูญเสียพลังงานภายในอาคารอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการ พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ Net Zero 2050

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ขานรับและยึดตามแนวนโยบายของรัฐบาลรวมถึง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อตอบสนองต่อวาระแห่งชาติว่าด้วยการจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับทิศทางการบริหารประเทศ ซึ่งระบุถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงการเห็นชอบต่อร่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งรัดเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จเร็วขึ้นถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นทางควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามนโยบายข้อ 13 ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นการผลักดัน สังคมคาร์บอนต่ำ

เป้าหมายหลักของการยกระดับสู่ NDC 3.0 คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 เมื่อเทียบกับฐานปี ค.ศ. 2019 โดยครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ทั้งภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม และภาคการจัดการของเสีย การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาวะโลกเดือดที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บูรณาการเป้าหมายระดับชาติดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบ สถาบันการศึกษาสีเขียว ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นิสิตและบุคลากร

ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจาก เครือข่ายความร่วมมือ ที่แข็งแกร่ง จึงเกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทรัพยากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางและแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

สถาบันการศึกษายังคงมุ่งมั่นรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเชิงลึก เพื่อนำมาตรการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการบริหารงาน พร้อมทั้งส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านั้นไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักรู้และร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยปูทางให้ประเทศไทยสามารถเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งส่งมอบสภาพแวดล้อมที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

ม.นเรศวร ต่อยอดกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรม Nutricosmetics ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมทีมวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนา “Banana Powder Shots Sun Protection” ผลิตภัณฑ์จากกล้วยไข่ไทยในกลุ่ม Nutricosmetics โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

งานวิจัยนี้นำ กล้วยไข่ไทย ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรของประเทศมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งศึกษาศักยภาพของเบต้าแคโรทีนในกล้วยไข่และการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวจากภายใน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการแปรรูปผลผลิตให้มีคุณค่าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ “Banana Powder Shots Sun Protection” พัฒนาขึ้นในรูปแบบผงสำหรับรับประทาน ภายใต้แนวคิด Nutricosmetics หรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากภายใน โดยเชื่อมโยงงานวิจัยด้านวัตถุดิบกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์และการพัฒนาตลาด

ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและบริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด เปิดโอกาสให้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยได้รับการพัฒนาร่วมกับมุมมองของภาคธุรกิจ ทั้งด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ ความต้องการของผู้บริโภค และความเป็นไปได้ในการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

การสนับสนุนจาก บพข. มีบทบาทในการส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการ เพื่อ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food ของไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมพัฒนาความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงจากวัตถุดิบภายในประเทศ

ในด้านการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกล้วยไข่เป็นแนวทางเพิ่มมูลค่าผลผลิตและขยายโอกาสการใช้ประโยชน์จากพืชอาหารของไทย การเชื่อมโยงวัตถุดิบทางการเกษตรเข้ากับการแปรรูปและตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จึงมีศักยภาพสนับสนุนโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้ประกอบการ

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ผลงานนี้แสดงถึงการนำความเชี่ยวชาญทางวิชาการมาพัฒนานวัตกรรมที่มีเป้าหมายการใช้ประโยชน์ชัดเจน และเป็นพื้นฐานสำหรับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ไทยด้วย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมเตรียมโอกาสขยายตลาดในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพข่าวจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความ Banana Powder Shots Sun Protection

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนพื้นที่เรียนรู้รักษ์โลก สู่สภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอแนวคิด “พื้นที่เรียนรู้ที่ยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ผ่านบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร อาจารย์ และตัวแทนนิสิต เพื่อสะท้อนการร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาวะของทุกคน

รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ดร.สุดาวดี ยะสะกะ พร้อมด้วยนางสาวมานิตา สว่างแจ้ง และนางสาวธัญสุดา กระต่ายทอง ตัวแทนนิสิต ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของพื้นที่เรียนรู้ในการเชื่อมโยงการศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

บทสัมภาษณ์ดำเนินรายการโดยนายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งช่วยถ่ายทอดแนวคิดและการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์สู่ผู้รับชมในวงกว้าง

การพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ช่วยให้นิสิตและบุคลากรมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม พักผ่อน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจภายในมหาวิทยาลัย

การดูแลพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัยยังช่วยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสิ่งมีชีวิตในบริเวณมหาวิทยาลัย

การมีส่วนร่วมของนิสิตในกิจกรรมและการสื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อม ช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ทำให้นิสิตตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่ใกล้ตัว

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวคิด Green University & Sustainable Learning Space เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับโลก และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและชุมชน ควบคู่กับการดูแลพื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศบนบกอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin