ม.นเรศวร ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งลดความไม่เสมอภาคในสังคม

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กับสถาบันการศึกษา หน่วยงาน และองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 90 แห่ง

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 (The 16th National Conference on Persons with Disabilities – NCPD 2024) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง พม. ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา และองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการ เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งนักวิชาการ นักศึกษา ผู้พิการ และภาคีเครือข่ายกว่า 1,600 คน

การเข้าร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนสิทธิและโอกาสของคนพิการ เพื่อ ลดความไม่เสมอภาค และสร้างระบบสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของคนพิการทั้งในระดับการศึกษาและชุมชน

การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการทำงานร่วมกันของสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในเชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในพันธกิจการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค ด้วยการผลักดันกิจกรรมและโครงการที่สร้างความตระหนักรู้ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในทุกมิติ ทั้งการศึกษา อาชีพ และการมีส่วนร่วมทางสังคม

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคีต่าง ๆ แต่ยังเป็นการวางรากฐานของการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของคนพิการ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทร่วมในเวทีระดับชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงสร้างความรู้ แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคน เพื่อผลักดันสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

คณะเกษตรฯ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม”

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการเกษตรของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน โดยย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะมหาวิทยาลัยสหสาขา (Comprehensive University) ที่มุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การนำเสนอผลงานวิจัยด้านดินและปุ๋ย และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรในหัวข้อที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการในปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพื่อสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร และการสร้างระบบเกษตรที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและรักษาความสมดุลของทรัพยากรดินในระยะยาว

การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่การเกษตรและชุมชนต่าง ๆ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาการเกษตรไทยให้ยั่งยืน โดยการ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรดินให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เพื่อรองรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ม.นเรศวร คณะเกษตรศาสตร์ฯ อบรมเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุอัคคีภัย

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดการอบรม “เตรียมความพร้อมระบบความปลอดภัยในอาคาร” ในหัวข้อ การเผชิญเหตุอัคคีภัย โดยมุ่งเน้นให้นิสิตชั้นปีที่ 3 ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้องใช้ห้องปฏิบัติการในการเรียนและการทำงาน

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสมยศ แสงไทย ห้างหุ้นส่วนจำกัด พชรพลเทรดดิ้ง จังหวัดพิษณุโลก และ คุณธวัชชัย โตสุข นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงในการจัดการเหตุอัคคีภัย

กิจกรรมอบรมมุ่งหวังให้นิสิตมีความตระหนักถึง ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และมีความรู้ความเข้าใจในหลักปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากการปฏิบัติด้านทฤษฎีแล้ว ยังมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง และการฝึกซ้อมขั้นตอนการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้นิสิตเกิดทักษะและความมั่นใจในการลงมือปฏิบัติจริง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

การจัดอบรมดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญต่อการสร้าง วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เพราะการป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีระบบ ช่วยลดความเสี่ยงต่อสังคมและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เรียนและบุคลากรในพื้นที่

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาศักยภาพด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน การบูรณาการเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการที่ยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย โดยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัย สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านการศึกษาและการสร้างเมืองที่ปลอดภัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมีความยั่งยืนในระยะยาว

โรงพยาบาลทันตกรรม ม.นเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมเป็นสถานพยาบาลในการให้บริการทางทันตกรรมไม่ต้องสำรองจ่าย

รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงพีรยา ภูอภิชาติดำรง คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทพญ.จิตติมา พุ่มกลิ่น รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายแก่ผู้ประกันตน ในการใช้สิทธิ์ 900 บาทต่อปี

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางอาภรณ์ แว่วสอน ประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับสิทธิในการใช้บริการทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ โดยสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทุกปี ในวงเงิน 900 บาท

โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพทั่วไปหรือการรักษาเฉพาะทาง รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการสุขภาพระหว่างชนชั้นและกลุ่มประชากรต่างๆ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและโรงพยาบาลทันตกรรมเข้าร่วมโครงการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนในชุมชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสุขภาพของสังคมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่สนใจสามารถใช้สิทธิ์ในการรับบริการทันตกรรมได้ที่โรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นสถานพยาบาลในการให้บริการตามโครงการนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามข้อกำหนดที่ระบุในบันทึกข้อตกลง.

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ:The 2nd TNDR Conference (National & International) “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” จัดโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ การจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) เป็นประธานในการเปิดการประชุม

หลังจากนั้นมีการเสวนาที่น่าสนใจ
1 ประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย
2. รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (กปว.)
4. ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการแพล็ตฟอร์มสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บจม.พีทีที โกลบอล เคมิคัล ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

2. เสวนาเครือข่าย TNDR ประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!”
1. คุณวรรธนศักดิ์ สุปะกิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)
2. คุณสุขธวัช พัทธวรากร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและพันธกิจสังคม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3. คุณวีฤทธิ กวยะปาณิก หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4. รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ดำเนินรายการ: นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ พร้อมทั้งนิทรรศการโปสเตอร์และบูธเครือข่าย TNDR

ม.นเรศวรเดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Zero Waste”

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ NU Zero Waste ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมตามหลัก 3Rs คือ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในการ จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ให้กับนิสิต โดยได้รับเกียรติจากคุณสมหมาย แก้วเกตุศรี ผู้จัดการวงศ์พานิชย์ สาขาย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทีมงาน มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “Go Zero Waste” และนำการลงภาคปฏิบัติการเรื่องการคัดแยกขยะเพื่อช่วยโลก

ในภาคเช้า กิจกรรมเน้นการสร้างความเข้าใจด้านทฤษฎี พร้อมแนะนำแนวทางการจัดการขยะที่ถูกต้อง ตั้งแต่การคัดแยกขยะที่ต้นทาง ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วย ลดขยะ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากร

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ พร้อมทีมงาน ได้มาบรรยายในหัวข้อ “ลดขยะ ลดโลกร้อนด้วยนวัตกรรม Recycle” โดยเน้นถึงบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมรีไซเคิล ที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้กลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดผลกระทบจากการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบและเผา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

โครงการ NU Zero Waste ได้รับความสนใจจากนิสิตเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องล้อบบี้ ชั้น 2 อาคารขวัญเมือง โดยเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตจิตอาสา สโมสร ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงช่วย จัดการขยะอย่างเป็นระบบ แต่ยังเป็นกลไกในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งขยายผลไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

ท้ายที่สุด NU Zero Waste ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้ แต่เป็นการจุดประกายให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิจัยนานาชาติ เสริมพัฒนาอุตสาหกรรมและความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (SDG 9) ด้วยการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือการจัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “The 2nd TNDR Conference (National & International)” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการการจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร งานนี้จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) และได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานในการเปิดการประชุม

การประชุมครั้งนี้จะมีเสวนาที่น่าสนใจหลายหัวข้อ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ เช่น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรและสถาบันเข้าร่วมการเสวนา รวมถึงประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด” ที่จะนำเสนอแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติและวิกฤติการณ์ต่างๆ

ในงานนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการภัยพิบัติ

การประชุมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือที่สำคัญระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและองค์กรต่างๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 9 ในการสร้างความสามารถทางนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประจำปี 2567 ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้ป่วยอย่างครบวงจร

🚩

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการฟื้นฟูความรู้สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประจำปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้แก่ผู้ดูแลหรือญาติผู้ป่วย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โครงการดังกล่าวจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในแง่มุมต่าง ๆ เช่น การจัดการด้านจิตใจของผู้ป่วยมะเร็ง, การดูแลผู้ป่วยในช่วงการรักษาและฟื้นฟู, การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา รวมไปถึงการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มทักษะในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งนี้ มีความสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในระดับชุมชน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการให้บริการสุขภาพที่เป็นธรรมและมีคุณภาพสำหรับทุกคน (SDG 3: Good Health and Well-Being) และการสร้างความรู้และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในการดูแลผู้ป่วย (SDG 4: Quality Education)

เป้าหมายของโครงการ:

  1. การพัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
  2. การสร้างความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างยั่งยืน
  3. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
  4. ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ดูแลผู้ป่วย, บุคลากรทางการแพทย์, และชุมชน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งได้ร่วมกันให้ความรู้และประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างครบวงจร

การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแล ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีเป้าหมายในการสร้างสังคมสุขภาพดีสำหรับทุกคนในระยะยาว.

ลงทะเบียน https://forms.gle/5cC2bNodHEoPUowk7

ม.นเรศวร จัดสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษา พัฒนาศักยภาพนิสิต

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ระดมทุนการศึกษาให้แก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 46 ทุน รวมเป็นเงิน 230,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพของนิสิตที่มีความประพฤติดีและขาดแคลนทุนทรัพย์

กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดสัมภาษณ์นิสิตที่สมัครขอทุนการศึกษา เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและพร้อมที่จะนำความรู้ไปพัฒนาตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

การสัมภาษณ์ดำเนินการโดยคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย นางจิตมากร รอบบรรเจิด นายกสมาคม พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ ซึ่งได้ประเมินความสามารถ ความประพฤติ และความจำเป็นทางการเงินของนิสิตแต่ละคนอย่างรอบคอบ

นิสิตที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 46 คน จะได้รับทุนการศึกษาทุนละ 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ส่งผลให้สามารถดำเนินชีวิตและการศึกษาต่อไปได้อย่างมั่นคง

การมอบทุนการศึกษานี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินของนิสิต แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการตั้งใจเรียนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสมาคมนิสิตเก่า ในการส่งเสริมการศึกษาและสร้างเครือข่ายการสนับสนุนที่เข้มแข็ง เป็นการเชื่อมโยงทรัพยากรและองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

งานสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษาดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องขวัญเมือง 2 อาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นตัวอย่างของการพัฒนาศักยภาพนิสิตและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืน

คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พัฒนากิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เริ่มต้นโครงการ เสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ ภายใต้พันธกิจการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมที่เสมอภาคและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการในจังหวัดพิษณุโลก

ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน รองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม ได้เข้าพบ นางอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และนางพิชญา ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดพิษณุโลก การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากิจกรรมสำหรับคนพิการ ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมในเชิงรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังได้เข้าพบกับนายอรรถพล ขาวแจ่ม นายกสมาคมคนพิการจังหวัดพิษณุโลก และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อหารือประเด็นความต้องการที่แท้จริงของคนพิการในพื้นที่ การพูดคุยดังกล่าวช่วยสะท้อนมิติของปัญหาและโอกาสในการพัฒนา ทั้งด้านการศึกษา การมีงานทำ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในเดือนกรกฎาคม รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน ได้ขยายวงหารือไปยังหน่วยงานด้านแรงงานและการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ ศรีนามนต์ จัดหางานจังหวัดพิษณุโลก นางปรางค์มาศ ศรีรัตนะ กลุ่มงานส่งเสริมการมีงานทำ นายวิวัฒน์ เหลืองตระกูล นักวิชาการแรงงาน ตลอดจน นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และนายสมภพ ขวัญเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม การประชุมดังกล่าวเป็นการวางแนวทางการดำเนินกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมศักยภาพอาชีพและการศึกษาแบบครอบคลุม (Inclusive Education)

ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะผลักดันให้คนพิการได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม การบูรณาการกับภาคีเครือข่ายถือเป็นการเสริมพลังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินการจะเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่เหมาะสมกับบริบทของคนพิการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คณะสังคมศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัว และชุมชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเข้าถึงได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและศักยภาพของทุกคน

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค โดยใช้ความร่วมมือเชิงเครือข่ายเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้แก่คนพิการในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin