Archives 2024

ม.นเรศวร ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจภูมิภาค

วันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม NU SciPark Dinner Talk 2024 เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในจังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการ ส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในภาคเหนือตอนล่างให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้องคอนเวนชั่น 2 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก มีผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ผ่านความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค

ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “มุมมองและความคาดหวังของภาคเอกชนจังหวัดพิษณุโลกต่อการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐ” โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำในพื้นที่ ทั้งภาคอุตสาหกรรม หอการค้า และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกระดับศักยภาพของธุรกิจในภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและกำหนดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ในการ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการสร้างช่องทางการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้ธุรกิจรายเล็กสามารถพัฒนาและแข่งขันได้ในตลาดระดับประเทศและนานาชาติ การสนับสนุนดังกล่าวยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งขึ้น

อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังเน้นการ ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัย และการถ่ายทอดนวัตกรรมในลักษณะของการใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้การลงทุนด้านนวัตกรรมเกิดประโยชน์สูงสุดและต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ ยังตอกย้ำแนวทาง การสร้างพันธมิตรความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกระดับให้มีความพร้อมต่อการแข่งขันและสามารถสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต

ด้วยความร่วมมือในลักษณะนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการลดความยากจน การสร้างงานที่มั่นคง และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น อันเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-การศึกษา พลิกโฉมธุรกิจนวัตกรรมโลจิสติกส์ไทย

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศจี ศิริไกร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไชยยันต์ ชนะพรมมา ผู้แทนคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยด้วย ดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้โครงการ Reinventing University โดยมีศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และรองศาสตราจารย์ ดร.วัชรพล สุขโหตุ คณบดีคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน ให้การต้อนรับ

นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยนเรศวรที่มีศักยภาพและความพร้อมในเชิงพื้นที่ โดยตั้งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง สามารถเชื่อมโยงกับแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตก ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางราง ที่เอื้อต่อการพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในอนาคต

โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาด้านดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ รวมถึง การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีทักษะด้านดิจิทัล ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว

ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทั้งด้านวิศวกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับอนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายในการ ส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในศตวรรษที่ 21 ผ่านโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยของกระทรวง อว. โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Value-Based Economy) และเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ

การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างของการสร้างความร่วมมือแบบ จตุรภาคี (Quadruple Helix) ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของไทยให้ก้าวทันต่อการแข่งขันระดับโลก

การติดตามผลโครงการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ที่จะช่วยพัฒนาทั้งเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเสริมสร้างทักษะบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน

สุดท้าย โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่พร้อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการ ส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันระดับนานาชาติ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดมหกรรมสุขภาพครบวงจร “MED NU Health Expo 2024” เฉลิมฉลอง 30 ปีคณะแพทยศาสตร์

วันอังคารที่ 2 มกราคม 2567 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแถลงข่าวโครงการ “MED NU Health Expo 2024” ภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthy Society” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมนำเสนอมหกรรมสุขภาพเพื่อประชาชน

ในพิธีเปิด รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ (รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร) อาจารย์แพทย์ และนิสิตแพทย์ ร่วมแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ

โครงการ MED NU Health Expo 2024 มุ่งเน้นการส่งเสริม สุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพ และการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ประชาชนทุกท่านสามารถเข้าร่วมงาน MED NU Health Expo 2024 ได้ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

งานมหกรรมสุขภาพครั้งนี้จัดกิจกรรมครบ 5 หมวดเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้แก่ การตรวจสุขภาพ การให้ความรู้ด้านโภชนาการ สุขภาพจิต การป้องกันโรค และการสร้างสังคมสุขภาพดี โดย เข้าร่วมฟรี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสุขภาพที่เท่าเทียม

คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร มุ่งหวังว่ากิจกรรมนี้จะสร้าง ความตระหนักด้านสุขภาพ และสนับสนุนประชาชนให้มีวิถีชีวิตที่ สุขภาพดีและยั่งยืน อีกทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและชุมชน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร https://med.nu.ac.th/home/index.php?language=&mod=more_detail&nID=19451 และลิงก์รายละเอียดงาน https://bit.ly/48mUT49 เพื่อร่วมสร้าง สังคมสุขภาพดีร่วมกัน

ม.นเรศวร ต้อนรับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา เพื่อหารือความร่วมมือด้านพลังงานและนวัตกรรม

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ รองศาสตราจารย์ ดร.อุษา พัดเกตุ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายต่างประเทศ ให้การต้อนรับ คุณนิจวรรณ ศรีวิบูลย์ Trade Commissioner ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย

การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา โดยมุ่งเน้นด้าน EV Maintenance, Medicine, Cosmetics และ Natural Products Research Center

การหารือร่วมกันครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานยานยนต์ไฟฟ้าและการบำรุงรักษา EV ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการใช้ พลังงานสะอาดและยั่งยืน และการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อส่งเสริม ความร่วมมือระหว่างประเทศ และสร้างเครือข่ายนักวิจัยระหว่างไทย-แคนาดา

การประชุมครั้งนี้ยังเน้นการสนับสนุน ความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการพัฒนางานวิจัยร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือเชิงวิชาการกับต่างประเทศเพื่อสนับสนุน นวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติและภูมิภาค

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ติดต่อได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เว็บไซต์: https://www.sci.nu.ac.th/acadservice/index.php โทรศัพท์: 055-963144 อีเมล: watcharaju@nu.ac.th

ม.นเรศวร จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารด้านจรรยาบรรณและจริยธรรม เสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารด้านจรรยาบรรณและจริยธรรม ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 301 อาคารเอกาทศรถ ชั้น 3 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมแสดงสัญลักษณ์รณรงค์การต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยการอบรมแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ITA) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้บริหารและบุคลากรทุกหน่วยงาน โดยมี นายภิญโญยศ ม่วงสมมุข เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ และนายอดิพงษ์ อทุน เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ จากสำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เกียรติเป็นวิทยากร

มีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 350 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย ระดับคณะ/วิทยาลัย หน่วยงานระดับกอง หัวหน้างาน บุคลากรที่รับผิดชอบด้านการประเมิน ITA และตัวแทนนิสิต โดยทุกฝ่ายได้ร่วมกันเรียนรู้หลักการและเกณฑ์การประเมินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านคุณธรรมและความโปร่งใส ว่าเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยนเรศวรยึดถือมาโดยตลอด โดยตั้งเป้าหมายให้บุคลากรทุกระดับและนิสิตทุกชั้นปี ตระหนักถึงการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตด้วยหลักคุณธรรมและความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และยกระดับคุณภาพการบริการของมหาวิทยาลัย

การจัดโครงการในครั้งนี้ยังมุ่งหวังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปราศจากการทุจริต โดยเน้นย้ำถึงการสร้างบัณฑิตที่มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ พร้อมทั้งสามารถนำความรู้และค่านิยมที่ถูกต้องไปขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังถือว่าการเสริมสร้างความโปร่งใสเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการพัฒนาองค์กร ทั้งด้านการบริหารจัดการภายในและการให้บริการแก่สังคม เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการเป็นสถาบันการศึกษาที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ

การอบรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเสริมความรู้เชิงปฏิบัติแก่ผู้บริหารและบุคลากร แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งด้านคุณธรรมในมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกทั้งต่อองค์กรและต่อสังคมโดยรวม

ด้วยการยึดมั่นในหลักการโปร่งใสและคุณธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่พร้อมขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างสังคมที่ปราศจากการทุจริต

ม.นเรศวร ชวนอาจารย์พัฒนาหลักสูตร UPSKILL/RESKILL เสริมทักษะตลอดชีวิต

มหาวิทยาลัยนเรศวรเชิญชวนอาจารย์ทุกท่านส่งข้อเสนอโครงการพัฒนาหลักสูตรภายใต้หัวข้อ “เรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต UPSKILL/RESKILL” ประจำปี 2567 โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

โครงการนี้เปิดรับหลักสูตรที่เหมาะสำหรับบุคคลวัยทำงาน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเข้าถึงทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจสมัยใหม่

หลักสูตรด้านดิจิทัลประกอบด้วย Data Science and Analytics, Cloud Computing Solutions, Cybersecurity และ Artificial Intelligence (AI) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ด้านอุตสาหกรรมการผลิต ครอบคลุม Advanced Manufacturing, Technology Services, Advanced Materials, Robotics and Automation และ Advanced Precision Engineering Technique เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังคนให้รองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

หลักสูตรด้านความยั่งยืนมุ่งเน้น Net Zero Strategy, Carbon Neutrality Implementation และ International Environmental Standards เพื่อสร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังเปิดรับหลักสูตรด้านอื่น ๆ เช่น Healthcare for Aging Society, Softpower และ Entrepreneurial Management เพื่อส่งเสริมทักษะหลากหลายและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน

อาจารย์ที่สนใจสามารถส่งข้อเสนอและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 22 มกราคม 2567 โดยสามารถลงทะเบียนผ่าน https://shorturl.asia/sdqQ8 หรือสอบถามได้ที่ Satarutsamee.sa@nu.ac.th และโทร 081-5338729 ซึ่งโครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้เรียนอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมการเรียนรู้และความเท่าเทียมทางการศึกษา

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2567 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดทุนการศึกษาผ่านคณะวิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัญญา เครือหงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรและกล่าวให้โอวาทแก่นิสิตผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้อง SC1-210 อาคารบริหาร คณะวิทยาศาสตร์

ในการประชุมครั้งนี้ ได้แนะนำทุนการศึกษา ปตท.สผ. โครงการเอส 1 ประเภท “เรียนดี อันดับที่ 1 ของสาขาวิชา” จำนวน 8 ทุน ทุนละ 2,500 บาท เพื่อส่งเสริมนิสิตที่มีผลการเรียนดีเด่นและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษา ปตท.สผ. โครงการเอส 1 ประเภท “เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์” จำนวน 8 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ซึ่งมุ่งเน้นให้นิสิตที่มีผลการเรียนดีแต่ประสบปัญหาทางการเงิน สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

คณะวิทยาศาสตร์ยังได้มอบทุนการศึกษานิสิตของคณะ จำนวน 15 ทุน ทุนละ 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนนิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และต้องการความช่วยเหลือด้านการศึกษาต่อเนื่อง

การประชุมครั้งนี้ช่วยให้นิสิตเข้าใจรายละเอียดการสมัคร การพิจารณาคุณสมบัติ และเงื่อนไขการรับทุน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมุ่งมั่นในการเรียนและพัฒนาตนเอง

นอกจากการให้ข้อมูลด้านทุนการศึกษาแล้ว งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ยังเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตเห็นคุณค่าของการศึกษาและความสำคัญของการวางแผนทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ในระยะยาว

การประชุมและมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ และสนับสนุนให้บัณฑิตมีคุณภาพพร้อมต่อยอดการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองในอนาคต

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Research Day ครั้งที่ 1 ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม Research Day ครั้งที่ 1 ภายใต้ “โครงการพัฒนาระบบสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยสู่การวิจัยเชิงพาณิชย์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัย ตลอดจนเสริมสร้างทักษะที่สำคัญให้แก่อาจารย์และนักวิจัยรุ่นใหม่ในการพัฒนาผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาหัวข้อวิจัยที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” เพื่อเป็นแนวทางให้แก่นักวิจัยสามารถพัฒนาผลงานที่ไม่เพียงตอบโจทย์วิชาการ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม

ภายในกิจกรรมมีคณาจารย์และนักวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมกว่า 40 คน โดยผู้เข้าร่วมได้รับโอกาสเรียนรู้แนวทางการกำหนดประเด็นวิจัย การออกแบบกระบวนการพัฒนา และการเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมกับความต้องการของตลาด

การจัดกิจกรรม Research Day ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมการวิจัยเชิงพาณิชย์ภายในคณะ โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างสนับสนุนที่เข้มแข็ง อันจะช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคมไทย

นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังได้วางแผนจัดกิจกรรม Research Day อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยกำหนดหัวข้อการบรรยายและเวิร์กชอปที่หลากหลาย เพื่อให้คณาจารย์และนักวิจัยมีโอกาสพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ อย่างรอบด้าน และสร้างความพร้อมในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

การพัฒนาโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” (University for Entrepreneurial Society) ซึ่งมุ่งเน้นการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และการสร้างผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ

การจัดกิจกรรม Research Day ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการวิจัยเชิงลึก แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าและประโยชน์ต่อสังคมและอุตสาหกรรมในวงกว้าง

ม.นเรศวร ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านกิจกรรม Waste Towers ครั้งที่ 2

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม Waste Towers ครั้งที่ 2 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเป้าหมายที่ 11 (SDG 11) การสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 12 (SDG 12) การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน

จุดมุ่งหมายของกิจกรรม กิจกรรม Waste Towers มุ่งสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและบุคลากร ผ่านการแข่งขันเก็บขยะในพื้นที่มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบการจัดกิจกรรม งานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้สมัครแข่งขันเป็นทีม ทีมละ 1-3 คน โดยเป้าหมายคือการเก็บขยะภายในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วนำมาชั่งน้ำหนัก ทีมที่รวบรวมขยะได้มากที่สุดจะได้รับรางวัลตามลำดับดังนี้:

  • รางวัลชนะเลิศ: 2,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1: 1,500 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2: 1,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 3: 500 บาท
  • รางวัลชมเชย: 200 บาท (3 รางวัล)
กำหนดการ
  • สมัครเข้าร่วม: ได้ที่ แบบฟอร์มออนไลน์ ภายในวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 20:00 น.
  • วันจัดกิจกรรม: วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567
    • ลงทะเบียน: 09:00 – 09:30 น.
    • สถานที่: โถงใต้อาคารเรียนรวม คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตึก EN)

ความสำคัญของกิจกรรม กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมาย SDG 11 และ 12 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเน้นการสร้างชุมชนที่สะอาดและเป็นระเบียบ พร้อมส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยสร้างความสามัคคีและจิตอาสาในชุมชนมหาวิทยาลัย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปพร้อมกันใน Waste Towers ครั้งที่ 2!

NU Fitness GYM พื้นที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ผ่านการดำเนินงานหลายด้านเพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยหนึ่งในนโยบายที่สำคัญคือการส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อให้สมาชิกในมหาวิทยาลัยมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

NU Fitness GYM: พื้นที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพร่างกายกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีการเรียนการสอนและการทำงานที่ใช้เวลานาน การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถช่วยลดความเครียด, ปรับสมดุลของร่างกาย, และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้จัดเตรียม NU Fitness GYM ซึ่งเป็นศูนย์ฟิตเนสที่ครบครันและสามารถรองรับความต้องการของนิสิตและบุคลากรในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพของตนเอง

NU Fitness GYM ถูกออกแบบให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไปและการฝึกซ้อมในระดับที่มีความเข้มข้น รวมถึงการมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การยืดเหยียดร่างกาย, การใช้เครื่องคาร์ดิโอ, เครื่องเวท, และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการฝึกโยคะและการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ

การเปิดให้บริการของ NU Fitness GYM : NU Fitness GYM เปิดให้บริการในทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 20.00 น. โดยจะมีการงดให้บริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือในวันที่มหาวิทยาลัยมีการประกาศหยุดทำการ ซึ่งทำให้ทั้งนิสิตและบุคลากรสามารถเข้ามาใช้บริการฟิตเนสได้อย่างสะดวกสบายในช่วงเวลาที่กำหนด การเปิดให้บริการในช่วงเวลานี้ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกิจกรรมการออกกำลังกายได้ในเวลาว่างจากการเรียนหรือการทำงาน

ส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากการให้บริการฟิตเนสเพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเครียด เพิ่มพลังงานและสมาธิ รวมทั้งช่วยเพิ่มความสุขและเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองได้

กิจกรรมการออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาความเครียดจากการเรียนและการทำงานที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการให้พื้นที่ที่ดีและอุปกรณ์ที่ครบครันที่ NU Fitness GYM นั้นได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกในมหาวิทยาลัยสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดี เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคอ้วน และความผิดปกติทางสุขภาพจิต

สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs 3 การมี NU Fitness GYM ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3 หรือ “การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคน นอกจากการจัดพื้นที่ออกกำลังกายแล้ว ยังมีการส่งเสริมการออกกำลังกายในลักษณะต่างๆ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกและมีความสุข

การให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัยไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดปัญหาสุขภาพในระยะสั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีในระยะยาว สร้างพื้นฐานที่ดีให้กับการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถเป็นต้นแบบในการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างยั่งยืนในชุมชน

การเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับชุมชน การสร้างพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงแต่มีผลดีต่อสมาชิกในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อชุมชนโดยรอบได้ โดยการส่งเสริมให้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีและส่งเสริมการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีในระยะยาว การให้บริการฟิตเนสยังสามารถสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพและกระตุ้นให้บุคคลภายในชุมชนมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการดูแลตนเองในด้านต่างๆ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin